ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

117. แนวทาง และ กลยุทธ์ เพิ่มยอดขาย เฟอร์นิเจอร์ ให้เพิ่มสูงขึ้น กว่าเป้าหมายที่กำหนด

IMG_8350
แนวทาง และ กลยุทธ์ การเพิ่มยอดขาย เฟอร์นิเจอร์ ให้เติบโตสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด
ในธุรกิจการขายเฟอร์นิเจอร์แบบเดิมๆ ต้องอาศัยโชว์รูมที่กว้างขวาง มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกครบ มากมาย หลากหลายให้ ลูกค้า ที่ตั้งใจจะซื้อจริงๆ เข้าไปเดินเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ ได้ลองสัมผัสกับของจริง และพูดคุยกับพนักงานขาย ได้อย่างสบายใจ แต่ในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทุกคนสามารถประหยัดเวลา และ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางตระเวนหา เมื่อมีความต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ สามารถค้นหาข้อมูล ใน Smart Phone เลือกรูปแบบเบื้องต้นที่ถูกใจ และบางครั้ง อาจกรองข้อมูลด้านราคา ให้เหมาะกับงบประมาณที่มีอยู่ อาจสรุปแค่ 2-3 แห่ง ที่จะเดินเข้าโชว์รูม ไปเลือกดูของจริง และจากการหาข้อมูลที่เปรียบเทียบได้มากขึ้น ในระเวลาที่ใช้ค้นหาได้ไม่นาน ทำให้ทุกๆบริษัทตัวแทนจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ สามารถเข้าตา เป็นตัวเลือกของ ผู้ซื้อได้เกือบทุกแห่ง ที่ทำแคตตาล๊อกสวยงาม ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ดี โอกาสในการซื้อหนึ่งครั้ง จึงสามารถกระจายออก ไปตามร้านค้า ทั้งเล็ก และใหญ่ รวมถึงบริษัทตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง อย่างทั่วถึง จึงเป็นสาเหตุหลัก ของการทำให้เกิดยอดขาย ที่ลดลงในเกือบทุกบริษัท จึงจำเป็นต้องมี แนวทางการพัฒนายอดขาย ดังนี้
1. สร้างตราสัญลักษณ์ คุณภาพ และความหรูหรา ให้ชัดเจน และประชาสัมพันธ์ ตราสัญลักษณ์นี้ ควบคู่กับ เฟอร์นิเจอร์ แต่ละแบรนด์ของบริษัทฯ ให้เป็นที่รู้จัก ดังนี้
1.1 ข้อดีของการ สร้างตราสัญลักษณ์ คุณภาพ และความหรูหรา
  • ทำให้ผู้บริโภค เกิดความ เชื่อมั่น และภัคดีใน ตราสัญลักษณ์นี้ เกิดการแบ่งเกรดเฟอร์นิเจอร์ชัดเจน เช่น INDEX, SB เกรด B, Koncept เกรด C และบางยี่ห้อ ในเกรด A ซึ่งคนยังรู้จักกันน้อย
  • เฟอร์นิเจอร์ ของเราเป็นเกรด A ทำให้โครงสร้างราคาที่สูงของเรา แข็งแกร่งขึ้น มีเหตุและผลว่า ทำไม สินค้าของเรา จึงมีราคาสูงกว่าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
  • เป็นการสร้างเกราะป้องกัน และแบ่งเกรดชัดเจน ไม่ให้คู่แข่งยักษ์ใหญ่ อย่าง INDEX และ SB เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด ของเราไปได้ เพราะลูกค้าซื้อเฟอร์นิเจอร์ไป ส่วนหนึ่งเพื่อประดับและตกแต่งบ้าน ถ้าเป็นกลุ่มที่มีฐานะดี ชัดเจนว่าต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์เกรด A  ก็จะไม่พิจารณาเลือกซื้อ แบรนด์เกรด B แน่นอน และกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ เกรด B อาจยอมกัดฟันซื้อ เฟอร์นิเจอร์ เกรด A เก็บไว้เป็นทรัพย์สมบัติให้ลูกค้าต่อไป เพราะทุกคนอยากได้ของตกแต่งบ้านถาวรที่ดีที่สุด ให้กับตัวเองทั้งนั้น ถ้ามีกำลังซื้อ
  • ทำให้คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา มีความเชื่อมั่น และเชื่อถือ และอยากที่จะคบค้าด้วย เพราะสินค้าที่มีความหรูหรา ราคาสูง จะเป็นกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อเท่านั้น และเมื่อเป็นคู่ค้าที่ขายสินค้าของเราในราคาสูง ผลตอบแทนของกำไรก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วย
  • เป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่ง ให้กับการขยายตัวของธุรกิจ ของเรา ให้ก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง
1.2 จัดทำแนวทาง และวิธีการสร้างแบรนด์สินค้า  ให้เป็นที่รู้จัก กับกลุ่ม ผู้ประกอบการ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
1.3 จัดทำแนวทาง และวิธีการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จัก กับกลุ่ม ผู้ประกอบการ ที่จำหน่ายสินค้าทาง Online
1.4 จัดทำแนวทาง และวิธีการสร้าง ตราสัญลักษณ์ และความหรูหรา ให้เป็นที่รู้จัก กับผู้บริโภค กลุ่ม A ที่ปัจจุบัน ตลาดช่องทางต่างๆมียอดขายลดลง เพราะปัจจุบัน ผู้บริโภคหันมา ค้นหา และเลือกซื้อลินค้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทาง Online มากขึ้น เพราะเทียบราคาได้ สามารถอ่านคุณสมบัติเด่นของสินค้าได้ง่าย และได้ดูผลของผู้ที่ซื้อไปใช้งานแล้วว่า ได้ผลดีเพียงใด สามารถใช้เวลาไม่นาน ก็หาข้อมูลต่างๆ และสรุปผล ออกมาได้เลยว่า จะซื้อผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออะไร สั่งซื้อกับใคร ราคาเท่าไร ไม่ต้องเสียเวลาออกไปเดินช๊อป จุดนี้เองที่เราต้องให้ความสำคัญ และเน้นย้ำในการสร้างแบรนด์ด้วย ถ้าลูกค้ามั่นใจในแบรนด์เรา ยังงัยหาซื้อที่ไหน ก็ยังจะเป็นจากผลิตภัณฑ์ ของบริษัทเรา
1.5 ออกบูธประชาสัมพันธ์ และขายสินค้า ตามงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นประจำทุกเดือน โดยบริษัทอาจจัดตั้งทีมบูธเฉพาะ และมีการบริหารจัดการ งบประมาณให้กับทีมบูธ เพื่อให้สามารถออกบูธได้ทุกเดือน เพื่อระบายการขายสินค้าเงินสดจำนวนมาก รวมถึงสามารถใช้ช่องทางนี้ ในการระบายการขายสินค้า ค้างสต๊อก และบริหารจัดการ ให้สามารถสร้างผลกำไร ได้คุ้มค่ากับการลงทุนออกบูธในทุกครั้ง
  • จัดทำแนวทาง และวิธีการ รวมถึงกลยุทธ์ ในการทำกิจกรรมออกบูธประชาสัมพันธ์ และขายสินค้าตามงานแสดงสินค้าต่างๆ ให้ได้ยอดขาย และผลกำไร ทะลุตตามเป้าหมายที่วางไว้
  • คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ ที่มีกำลังซื้อ ให้สั่งซื้อสินค้า LOT ใหญ่ จากทางบริษัทไป โดยคำนวณ ผลกำไรของสินค้า LOT นี้ เพื่อให้ตัวแทนจำหน่าย นำไปจ่ายเป็นค่าเช่าบูธ โดยมีส่วนหนึ่งสนับสนุน เป็นงบโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า เพื่อสร้างแบรนด์ เพราะถือว่างานนี้ สามารถจำหน่ายสินค้า เงินสด ถึงผู้บริโภคได้โดยตรงในทันที และสามารถกระจายให้กลุ่มลูกค้า ได้รู้จัก และซื้อสินค้าแบรนด์ของเรา ไปลองใช้ได้ (ประสบการณ์ออกบูธในแต่ละครั้ง จะถูกรวบรวม เพื่อใช้เป็นข้อมูล ในการสร้างกลยุทธ และวิธีการต่างๆ ที่ทำเพื่อสร้าง และพัฒนายอดขายเพิ่มขึ้น ทุกวันที่จัดงาน และให้ได้ผลกำไรตอบแทน ที่คุ้มค่ากับการลงทุน และใช้เป็นข้อมูลในการ ฝึกอบรมตัวแทนรายใหม่ ให้สามารถใช้ช่องทางการขายบูธ ในการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ได้)
  • มีการตั้งเป้าหมาย การขายสินค้ารวมในงาน โดยตั้งเป้าหมายการขายในแต่ละวัน ของทุกประเภทสินค้า ราคาขายปลีกของสินค้า และราคาโปรโมชั่นต่างๆ ทางบริษัทจะเป็นผู้วางแผนการขายมาทั้งหมด เพื่อให้การขายสินค้าในงานนี้ขายได้ สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้
  • ช่องทางการขายที่จัดบูธครั้งใหญ่ ปีละ 2 ครั้งนี้ ถือเป็นช่องทางการระบายสินค้าจำนวนมากของบริษัท และเป็นการ เร่งยอดการขาย ทั้งกลางปีและปลายปี เพื่อให้บริษัทสามารถทำยอดขายชดเชยหากเป้าหมายการขายประจำ Quater ของบริษัท ทำไม่ได้ตามเป้า ดังนั้นสิ่งที่จะเร่งเร้าการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ก็อาจเป็นการจัดงาน ลดกระหน่ำกลางปี..... และงาน ลดล้างสต๊อกสิ้นปี..... เพื่อให้เกิดความน่าสนใจที่บูธ และดึงดูดลูกค้า ผู้บริโภค เข้ามาลองซื้อสินค้าไปใช้
  • จัดทำแผน " กลยุทธ์การขายสินค้า ให้ทะลุเป้าหมายในงาน........ " ทุกครั้งที่ทำกิจกรรมบูธ โดยจัดทำเป็นแผนแนวทาง และวิธีการปฏิบัติต่างๆ ให้มีทุกรายละเอียดของกิจกรรม เช่น  เทคนิคการจัดวางสินค้า, บทสนทนา การนำเสนอขายสินค้า แต่ละรายการที่วางโชว์, รายการโปรโมชั่นต่างๆ, เอกสารที่จะแจกเพื่อดึงดูดลูกค้า เข้ามาที่บูธ ฯลฯ  ที่จะทำในบูธ เพื่อส่งเสริมให้ยอดขายทะลุเป้าหมายการขาย ในแต่ละวันให้ได้
โดยในแนวทางวิธีการทั้งหมด จะส่งผลต่อ การสร้างแบรนด์ และประชาสัมพันธ์ สินค้าต่างๆ ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้ ภายในระยะเวลา 1 ปี เท่านั้น เราทุ่มเทกันทำงานทั้งบริษัท เหนื่อยเพียงครั้งเดียวต่อไป แบรนด์ติดตลาด ก็จะขายสินค้าได้ง่ายขึ้น และในความเหนื่อยครั้งนี้ เราอาจสามารถเพิ่มยอดขายให้บริษัทสูงกว่า 100% ได้
2. พัฒนาทีมงาน ฝ่ายขายและการตลาด ของบริษัทฯ และทีมงานขายของ ตัวแทนจำหน่าย ที่ให้การสนับสนุน รวมถึง ตัวแทนขายอิสระ ของตัวแทนจำหน่าย  ให้มีทักษะการขาย และทำงานขาย ให้บรรลุเป้าหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
2.1 จัดการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะการขาย ให้บุคคลากร ของบริษัท ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็น นักขายมืออาชีพ โดยอาจใช้หัวข้อการอบรม และเนื้อหาต่างๆ จากในเว็บไซด์นี้ หัวข้อที่ 5. คุณอนิรุทธ ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ผู้ที่สนใจงานขาย ให้เป็นนักขายมืออาชีพ อย่าลืมว่า ในปีนี้ที่ เราตั้งเป้าจะทำยอดขายเพิ่มขึ้นสูงกว่า 100% จึงต้องเตรียมกำลังคน เหมือนไปออกรบ เพื่อให้ชนะคู่แข่ง ถึงแม้กำลังคนของเรา จะน้อยกว่าของคู่แข่ง แต่ถ้ากำลังคนของเรา มีประสิทธิภาพ และ มีทักษะการขาย ที่ดีก็จะสามารถสู้กับ บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆได้ เช่น การที่ลูกค้าเข้ามาเลือกชมสินค้าภายในโชว์รูม หรือ ภายในบูธที่จัดแสดงสินค้า แล้วพนักงานขาย ของบริษัท หรือ ของตัวแทนจำหน่าย มีทักษะในการขายที่ดี มีเทคนิควิธีการในการติดตามลูกค้า อย่างต่อเนื่อง และทำให้สามารถปิดการขายลูกค้า ที่เข้ามาเลือกชมสินค้าได้สูงกว่า 90% ก็จะสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จากสถิติการขายเดิมที่ทำไว้
3. ติดตาม ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์  พัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง รวมถึงคอยดูแลมาตรฐาน ราคาขายปลีกสินค้า ของเราว่า ระดับราคาขายปลีก เหมาะสมกับคุณภาพ หรือไม่ เมื่อเทียบกับของคู่แข่ง และเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ในแต่ละระดับ ที่เป็นลูกค้าของเราโดยตรง 
4. ขยาย ตลาดสินค้า ในช่องทางต่างๆ ที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น  รวมทั้ง ช่วยพัฒนา การขยายตลาด ของ ตัวแทนจำหน่าย และ แนะนำช่องทางใหม่ๆ ให้ ตัวแทนจำหน่าย สามารถพัฒนายอดขาย ให้ บรรลุเป้าหมายการขาย ของ บริษัทฯได้ ในทุกๆพื้นที่
4.1 จัดทีมงานส่งเสริมการขาย และพัฒนาธุรกิจ ลงพื้นที่ ไปช่วยแก้ปัญหาการขายต่างๆ เช่น ในพื้นที่จังหวัดนี้ มีสินค้าของคู่แข่งติดตลาด ทำให้สินค้าของเราไม่เป็นที่นิยม และขายได้น้อย ทางทีมงานที่ลงพื้นที่ไป ก็จะต้องเก็บข้อมูล นำมาศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ เพราะถ้าแก้ไม่ได้ สินค้าของเราก็จะขายได้น้อยในพื้นที่นี้
4.2 ทำตลาดร่วมกับ การขายบ้านใหม่ ในโครงการหมู่บ้านต่างๆ อาจทำบันทึกข้อตกลง ร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้ากัน เป็น ชุดเฟอร์นิเจอร์สุดหรู และการตกแต่งห้องรับแขก แถมฟรี! เป็นส่วนประกอบ เพื่อกระตุ้นการขาย ในการตัดสินใจซื้อบ้านของลูกค้า หรือ อาจทำเป็น คูปองใช้แทนเงินสด มูลค่า 10,000 บาท เพื่อให้ลูกค้า เข้ามาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ที่โชว์รูม
4.3 ทำตลาดร่วมกับ การขายรถยนต์หรู อาจทำบันทึกข้อตกลง ร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้ากัน เป็น ชุดเฟอร์นิเจอร์สุดหรู  1 ชุด แถมฟรี! เป็นส่วนประกอบ เพื่อกระตุ้นการขาย ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์หรู ของลูกค้า หรือ อาจทำเป็น คูปองใช้แทนเงินสด มูลค่า 10,000 บาท เพื่อให้ลูกค้า เข้ามาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ที่โชว์รูม
4.4 สนับสนุนช่องทางการขายผ่าน ตัวแทนขายอิสระ ทั้ง ตัวแทนขายอิสระ ของบริษัท และ ตัวแทนขายอิสระ ของตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่ม จำนวนคนขายสินค้า ให้มีจำนวนมากขึ้น ทำให้โอกาสในการสื่อสาร และประชาสัมภัณฑ์สินค้าของบริษัท  เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
5. ตั้งเป้าหมายการขาย และ จัดวางระดับ ตัวแทนจำหน่าย ในแต่ละภาค ในแต่ละจังหวัด และ ในอำเภอต่างๆ เพื่อให้มี กิจกรรมสนับสนุนการขาย และมีวิธีการ ในการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ ให้รองรับกับเป้าหมาย ของยอดขายที่เพิ่มขึ้น  ในแต่ละพื้นที่
6.  สร้าง และพัฒนา ตัวแทนขายอิสระ (สมาชิก…………..) ให้กับ ตัวแทนจำหน่าย โดยนำเสนอ และ สนับสนุน ให้ ลูกค้า หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีโอกาสใน การสร้างรายได้เสริม  เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง และครอบครัวให้ดีขึ้น  โดยให้สามารถสมัครเป็น สมาชิก…………. (ตัวแทนขายอิสระและให้สามารถ ตัดซื้อสินค้า ในราคาสมาชิก จากตัวแทนจำหน่าย ในเขตพื้นที่ของตนเอง เพื่อนำไปแนะนำ และ ขายสินค้านี้ ให้กับ  ญาติพี่น้อง  เพื่อน  และคนรู้จัก ได้ซื้อไปใช้
7. ติดตาม และพัฒนายอดขายของ ตัวแทนจำหน่าย ทั้งช่องทาง Online และช่องทางปกติ เพื่อให้มียอดขายรวม เพิ่มขึ้นทุกๆเดือน  โดยมีเป้าหมายให้ ตัวแทนจำหน่าย มียอดการสั่งซื้อสินค้า เข้ามาที่บริษัทฯทุกเดือน อย่างต่อเนื่อง
8. สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ  เพื่อสนับสนุน และ ร่วมกิจกรรม ในการสร้าง และพัฒนายอดขาย ให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกันได้
8.1 บริษัทของท่าน อาจมีการเปิด ตัวแทนจำหน่าย ในประเทศเพื่อนบ้าน และเราสามารถช่วย บริษัทคู่ค้า (ตัวแทนจำหน่าย) หรือ พันธมิตรทางธุรกิจของเรา ในการวางแผนพัฒนายอดขาย ให้ได้ตามเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้กับคู่ค้า เพื่อให้เห็นภาพจริง ผมมีตัวอย่าง และอยากให้ท่านศึกษา รายละเอียดเทียบเคียง ใน บทความที่  9. กลยุทธ์การพัฒนายอดขาย ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ให้ได้ 20 ล้านบาทในประเทศลาว  ซึ่งผมได้สร้างแผนงานนี้ขึ้นมา เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายในประเทศลาว ตอบรับทำเป้าการขายที่ 20 ล้านบาท กับทางบริษัท และทางบริษัท จะเข้าไปช่วยพัฒนายอดขายในประเทศลาวให้ด้วย เป็นตัวอย่างของการช่วยสนับสนุน ตัวแทนจำหน่าย ต่างประเทศ ได้ดี
ผมพูดคุยทางโทรศัพท์ กับเจ้าของบริษัท ตัวแทนจำหน่ายที่ประเทศลาว นานกว่า  1 ชั่วโมง ได้รับทราบปัญหา และวิธีการแบบเดิม ที่เขาใช้ทำตลาดในประเทศลาว ข้อมูลจำนวนพนักงาน วิธีการขาย การให้เครดิต การให้ผลตอบแทนกับ พนักงานขาย วิธีการเปิดตลาดใหม่ๆ ในพื้นที่ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ และวิธีการทำตลาดของคู่แข่ง การทำโปรโมชั่นกระตุ้นการขายต่างๆ ให้กับร้านค้าในประเทศลาว ฯลฯ  จากยอดขายเดิมของปีที่แล้ว ที่ทำไว้กับ บริษัทเพียงไม่ถึง 10 ล้านบาท จะทำให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวได้อย่างไร ซึ่งผมก็ได้อธิบายวิธีการคร่าวๆ และบอกว่า จะจัดทำแผนงาน และกลยุทธ์การพัฒนายอดขายในประเทศลาว ให้ได้ 20 ล้านบาทขึ้นมา และส่งไปให้ดูเพื่อปรับปรุง แผนงาน และวิธีการ ร่วมกัน  เขาก็พอใจและยินดีมาก ชมผมต่างๆนานาว่า ไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อน ยินดีสุดๆ ทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน
มีการส่งแผนงาน ใน บทความที่ 9. ไปให้ และทางบริษัท ทำโปรแกรมรีเบส สนับสนุนเงินคืน ถ้าทำยอดสั่งซื้อได้ถึงเป้า (เท่ากับหากลูกค้า ทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย หารเฉลี่ยราคาค่าสินค้า จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไป กับเงินสนับสนุนก้อนนี้ เท่ากับลูกค้า ซื้อสินค้าจากบริษัทได้ถูกลงไปอีก ทำให้ลูกค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น) โดย มีสเต็ปเงินคืนว่า ทำยอดขายสิ้นปี 10 ล้านบาท ได้เงินคืนจากบริษัทเท่าไร ทำ 15 ล้านบาท ได้เงินคืนเท่าไร และ ถ้าปิดยอดการขายที่ 20 ล้านบาท จะได้เงินคืนเท่าไร เราทำเป็นหนังสือ บันทึกข้อตกลง ตอบรับทำเป้ายอดขาย กับทางบริษัท ให้เซ็นทั้ง 2 ฝ่าย  และมีการติดตามยอดการสั่งซื้อทุกเดือน คอยช่วยเหลือ และแก้ปัญหาการขายให้เขาโดยตลอด ซึ่งถ้าเราช่วยเขา เขาก็สามารถเพิ่มยอดขายที่ประเทศลาว ได้สูงขึ้น ถึง 20 ล้านบาท ศักยภาพของทีมงาน ในบริษัทตัวแทนนั้น ก็จะเพิ่มขึ้น เพราะพนักงานในบริษัท จะได้รับการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะการขาย ตามรูปแบบของบริษัท ให้เป็น นักขายมืออาชีพ อย่างแท้จริง เรียกว่า เราลงทุนพัฒนาครั้งเดียว ได้ใจเจ้าของบริษัทตัวแทนจำหน่าย ทำให้เขาทุ่มการทำตลาดสินค้าของเราอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เขาไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย เข้าไปติดต่อเขานะครับ มีหลายบริษัทในประเทศไทย แต่เขาเลือกทำกับ เราอย่างเต็มที่ เพราะเขามั่นใจ และเห็นถึงความจริงใจ ที่บริษัทเรา มีต่อเขา อันนี้ก็ได้คะแนน CRM ไปเต็ม 100 เลยนะครับ
8.2 การจะถือหนังสือตอบรับเป้าหมาย เข้าไปคุยกับ เจ้าของตัวแทนจำหน่าย แต่ละราย เพื่อให้เซ็นบันทึกข้อตกลง การทำเป้าหมายการขายรายปีร่วมกัน จะต้องทำแผนงาน นำเสนอ และ เตรียมเอกสารข้อมูลต่างๆให้พร้อม และจัดหาของกำนัล ของขวัญ อาจให้ในคราวเดียงกับ ของขวัญปีใหม่เลยก็ได้ครับ และมีการประชุมพูดคุยปัญหา และแนวทางการทำตลาดต่อไปในปีนี้ แลกเปลี่ยนร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น อาจถือ สติ๊กเกอร์โปรโมทสินค้า หรือ ป้ายประชาสัมพันธ์สินค้าต่างๆ รวมถึงรายการโปรโมชั่น ที่บริษัทจัดทำมาให้ในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการขาย เข้าไปให้ด้วย
9.  จัดกิจกรรม และ นำเสนอโครงการ ใหม่ๆ  เพื่อสนับสนุน และส่งเสริม แนวทาง การพัฒนายอดขาย ให้กับ ตัวแทนจำหน่าย ในทุกๆพื้นที่
10.  จัดทำข้อมูล และเอกสาร การฝึกอบรม ต่างๆ  รวมถึงจัดทำ “ คู่มือการขายสินค้า “  เพื่อสร้างมาตรฐาน  ในการ นำเสนอ ข้อมูลสินค้า และ ส่งเสริมให้ สมาชิก สามารถประสบความสำเร็จ  ในการร่วมทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น
11.  พัฒนาสินค้าใหม่ๆขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
12. พัฒนา ระบบ Call Center เพื่อตอบปัญหา และ ประสานงานแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
13. ทำ CRM (Customer Relationship Management)  เพื่อทำความเข้าใจกับ ลูกค้า อย่างแท้จริง เพื่อให้รู้ข้อมูลส่วนลึกของ ลูกค้า เข้าใจพฤติกรรมการใช้ สินค้า ของ ลูกค้า ให้บริษัทสามารถรักษา ฐานลูกค้า และ บริการลูกค้า ได้ดีขึ้นกว่าเดิม การทำ CRM จะช่วยลดต้นทุน การโฆษณา และทำให้การเจาะกลุ่มลูกค้า แบบเฉพาะเจาะจง ทำได้ง่ายขึ้น  ซึ่งจะทำให้โปรแกรมโปรโมชั่นต่างๆของ บริษัท ประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น
13.1 ต้องสร้างฐานลูกค้า โดยพยายามที่จะเข้าถึง ลูกค้า ในทุกจุด ที่จะสามารถติดต่อกับ ลูกค้า ได้ ไม่ว่าจะเป็น แผนก Call Center  แผนกบริการหลังการขาย หรือแผนกบัญชี ถ้าสามารถเก็บข้อมูลเหล่านั้น แล้วสร้างฐานข้อมูลขึ้นมา
13.2 จะเก็บข้อมูลที่ไหนมาทำ CRM
  • เก็บข้อมูลของ ลูกค้า ที่สนใจติดต่อเข้ามา เวลาไปออกบูธ แล้วลูกค้าสนใจ โปรแกรมโปรโมชั่นต่างๆ แล้วให้ พนักงานขาย โทรกลับไปคุยกับลูกค้าใหม่
  • วันส่งของ กับวันรับของ  ข้อมูลการจัดซื้อ ข้อมูลทางด้านบัญชี ลูกค้าจ่ายเงิน ช้า -เร็ว 
  • ข้อมูลการลงทะเบียนใน เว็บไซต์
  • ข้อมูลการให้บริการต่างๆ
13.3 จะทำอะไรกับ CRM
  • พัฒนากลยุทธ์ ที่จะใช้ในธุรกิจ
  • หาสาเหตุว่า ทำไม ลูกค้า ถึงซื้อสินค้าของเรา หรือ ทำไมไม่ซื้อสินค้าของเรา
  • ปรับปรุงทุกจุดทุกช่องทาง ที่จะสัมผัสกับลูกค้า
  • ต้องทำงานบนพื้นฐานของ ข้อมูล
  • ถามตัวเองว่า ทุกครั้งที่ถาม 1 คำถาม เราจะได้อะไรขึ้นมา
  • ถามลูกค้าว่า บริษัทของเรา จะสามารถทำอะไรที่ดีกว่าเดิม  และแตกต่างกว่าได้อีก ได้หรือไม่
13.4 จะทำอย่างไรให้ลูกค้าทุกราย ซื้อสินค้าของบริษัท เพิ่มขึ้นได้ เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ไป 1 ชุด แล้วพนักงานขาย นำเสนอขาย เครื่องประดับตกแต่ง ภายในบ้าน เพิ่มเติมให้กับลูกค้า
13.5 คุณจะต้องเข้าใจลูกค้าของคุณ มากกว่าที่ลูกค้าเข้าใจตัวเอง ถ้าลูกค้าอ้าปาก คุณก็ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร นั่นคือ สิ่งที่พิเศษสุดสำหรับความสำเร็จ ในการทำ CRM
4. พัฒนา การผลิต และการจัดส่ง ไม่ให้ สินค้าขาดตลาด ให้สามารถส่งมอบสินค้า ถึงลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามเวลานัดหมาย /.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

113. กลยุทธ์ เร่ง เพิ่มยอดขาย ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

กลยุทธ์ เร่ง  เพิ่มยอดขาย  ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร เพื่อ เร่ง เพิ่มยอดขาย ยางรถยนต์ ในทุกๆสาขา ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้มี แนวทาง และ วิธีการปฏิบัติ สำหรับ การเร่ง เพิ่มยอดขาย ยางรถยนต์ ผ่านทาง Online เพื่อพัฒนา รูปแบบธุรกิจ ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ ตามขนาด การลงทุน ปัญหา และ อุปสรรค เพื่อนำมาใช้เป็น แนวทางพัฒนาศักยภาพ และ ตอบสนอง ความพึงพอใจ ของผู้เข้ามาใช้บริการ ได้อย่างสม่ำเสมอ และ ดีที่สุด เพื่อให้เป็นผู้นำ ในการรับบริการ เปลี่ยนยางรถยนต์ และ ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 ของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ของการลงทุน ตามพื้นที่ และ รูปแบบขนาดธุรกิจ ของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ สำหรับใช้เป็นข้อมูล ให้กับ ผู้ประกอบการ ที่จะลงทุนซื้อ แฟรนไชน์ ให้สามารถดำเนินงาน  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง รับทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มีแนวทางใหม่ๆ ในการปรับปรุงแก้ไขได้ เพื่อกำหนด กลยุทธ์ และ แนวทางการดำเนินงาน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน และ ส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ ให้ก้าวขึ้นไปส...

102. กลยุทธ์ การเพิ่มยอดขาย สำหรับร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะ ร้านขายมือถือ ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 100%

เทคนิค การเพิ่มยอดขาย สำหรับ ร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะ ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 100% นี้ จัดทำขึ้น เพื่อช่วยร้านค้าต่างๆ ให้สามารถ พัฒนา ปรับปรุง ร้านค้าของตนเอง ให้แข่งขันได้ในสถาวะเศษฐกิจตกต่ำ และโดยเฉพาะการขายผ่าน ออนไลน์ ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง ยอดขายของเราไป หากเรา ไม่มีการคิดหาแนวทางต่างๆ และ พัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง ให้เพิ่มขึ้นได้ ในทุกๆวัน เราก็จะกลายเป็นคนที่ล้าหลัง และไม่สามารถ ทำธุรกิจแข่งขัน กับ คู่แข่งต่างๆ ที่มีอยู่มากมายได้ และ โดยเฉพาะ การขายแข่งกับในตลาด ออนไลน์ ด้วย  เราต้องคิดไว้เลยว่า ต่อๆไป ยอดขายของเรา จะต้องตกลง เกินครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่เคยขายได้ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย และ อีกหน่อยธุรกิจของเรา ก็จะอยู่ไม่รอดในที่สุด สิ่งสำคัญที่ต้อง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง มี  2 ส่วน คือ การปรับปรุง และ พัฒนายอดขาย ที่ร้าน ให้เพิ่มขึ้น 100% และ อีกส่วน คือ การที่เราต้องเริ่ม ศึกษา และหาทาง เปิดตลาดการขาย ทางออนไลน์ ให้มียอดขาย เข้ามาช่วยเสริม การขายเดิม ที่เป็นอยู่ ซึ่งก็ไม่แน่ ในอนาคต ธุรกิจในช่องทาง ออนไลน์ อาจทำยอดขายได้สูงกว่า ยอดการขายแบบหน้า...

118. กลยุทธ์ และ แนวทางการขาย โครงการ คอนโดมิเนียม ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

ปัจจุบัน โครงการคอนโดมิเนียม เกิดขึ้นมากมายในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีการทำโครงการรถไฟฟ้าหลายสาย และ คนทำงานในเมือง ยังต้องการที่อยู่อาศัยที่เดินทางได้สะดวก และใกล้ที่ทำงาน เมื่อมีความต้องการมาก โครงการคอนโดมิเนียม เหล่านี้ จึงเกิดขึ้นมากมายเกินความต้องการในปัจจุบัน กลยุทธ์ และ แนวทาง การบริหารงานขาย โครงการ คอนโดมิเนียม ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้  ที่ได้จัดทำขึ้นนี้ เป็นแนวทาง ที่จะช่วยให้ เจ้าของโครงการ และ ผู้บริหารฝ่ายขาย และการตลาด ของ คอนโดมิเนียม สามารถขาย ห้องชุด ในโครงการต่างๆของตนเอง ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้ ให้ความสำคัญ และสนับสนุน ตัวแทนจำหน่าย และ พนักงานขาย สนับสนุน และพัฒนาการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ให้เข้าถึงตรงจุด ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขยาย และ พัฒนาช่องทางการขายต่างๆ รวมถึง สร้างวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้ในแต่ละช่องทาง เอื้อประโยชน์ และสนับสนุนต่อกันได้ เป็นอย่างดี สนับสนุนกลยุทธ์ และแนวทาง วิธีการใหม่ๆในการนำเสนอขาย เพื่อความสำเร็จ สนับสนุนการประสานงาน สินเชื่อ เพื่อให้ ผู้ซื้อ ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ในการดำ...