120. กลยุทธ์ การปรับ โครงสร้างราคา และ วิธีแก้ปัญหา เพื่อทำให้ ยอดขายเพิ่มขึ้น 300% โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

กลยุทธ์ การปรับโครงสร้างราคา และแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 300% นี้เกิดขึ้นจากการ กำหนดราคา ขายปลีก สินค้า ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ที่ปล่อยให้ ลูกค้ารายใหญ่ ผูกขาดการขายสินค้า จนสามารถกำหนดราคาขายปลีกในตลาดได้ และสามารถเลือกทำ ตลาดผลิตภัณฑ์เพียงบางชนิด ของบริษัท ทำให้ยอดขายโดยรวม ของบริษัท ไม่สามารถเติบโตขึ้นได้ หากสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้สูงถึง 300% เลยทีเดียว
จากการสำรวจตลาด และนำข้อมูลการขายมาวิเคราะห์ พบว่า
- ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของบริษัทเรา สามารถครองใจ กลุ่มลูกค้า ร้านทำผม เป็นจำนวนมาก โดยจากผลิตภัณฑ์ทั้ง 15 ชนิด มีผลิตภัณฑ์เพียง 2 ชนิด คือ แชมพูสาหร่ายทะเล (L) และ เซรั่ม เท่านั้นที่ขายดี และเป็นที่ต้องการในตลาด
- กลุ่มผู้ซื้อใช้ทั่วไป ยังมีไม่มาก ผู้ใช้รู้แต่ว่า ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ ของเรา นี้ ใช้ใน ร้านทำผม โดยเฉพาะ
- ลูกค้าของบริษัท ส่วนใหญ่เป็น ร้านค้ากลุ่มที่เน้นขายผลิตภัณฑ์ และอุปกรณ์ร้านทำผม หากบริษัทสามารถสร้างการประชาสัมพันธ์ที่ดี และมีการดึงดูดผู้ใช้ทั่วไป ทั้งชาย และหญิง ให้ทดลองใช้ สินค้า จะสามารถสร้างฐานร้านค้า กลุ่มที่เน้นขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ให้ขายผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งกลุ่มนี้ มีจำนวนร้านค้ามากกว่า กลุ่มฐานลูกค้าเดิมของบริษัทมาก และเมื่อมีการลงสินค้ากลุ่มร้านค้าใหม่เหล่านี้ ในโครงการ xxxxx Corner จะทำให้บริษัท ขยายยอดการขายได้เพิ่มขึ้นมาก และเมื่อร้านค้าเหล่านี้ ขายผลิตภัณฑ์ ในทุกๆพื้นที่ จะทำให้ แบรนด์สินค้า ติดตลาดได้ง่ายขึ้น
- หากจะเพิ่มยอดขายให้ได้สูงกว่า 300% จำเป็นต้อง ขายผลิตภัณฑ์ ให้ได้ทุกชนิด จึงจะสามารถเพิ่มยอดขายหลายเท่าตัวได้ และต้องมีการผลักดัน ให้ร้านค้ากลุ่มใหม่ๆเหล่านี้ ขายผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของ บริษัท ตั้งแต่เริ่มลงสินค้าครั้งแรก การตอบรับโครงการ xxxxx Corner ของร้านค้าต่างๆ จะสามารถควบคุมให้ร้านค้า มีการลงสินค้าทุกชนิด และขายสินค้า ของบริษัทตลอดไปได้
- ปัจจุบัน ยอดขายผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่ ไปอยู่ที่ ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ ที่มีกำลังซื้อมาก เพียงไม่กี่ราย ที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ไปกระจายขาย ร้านค้าต่างๆ ในราคาที่ต่ำมาก
- ร้านค้าใหญ่ (XXXXL) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 2,000,000 บาท (สูงกว่า 24 ลบ./ปี)
- ร้านค้าใหญ่ (XXXL) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 1,000,000 บาท (สูงกว่า 12 ลบ./ปี)
- ร้านค้าใหญ่ (XXL) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 500,000 บาท (สูงกว่า 6 ลบ./ปี)
- ร้านค้าใหญ่ (XL) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 150,000 บาท (สูงกว่า 8 ลบ./ปี)
- ร้านค้าใหญ่ (L) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 100,000 บาท (สูงกว่า 2 ลบ./ปี
- ร้านค้ากลาง (M) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 50,000 บาท (สูงกว่า 6 แสนบ./ปี)
- ร้านค้าเล็ก (S) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 20,000 บาท (สูงกว่า 4 แสนบ./ปี)
- ร้านค้าเล็ก (XS) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 9,000 บาท (สูงกว่า 08 แสนบ./ปี)
- ร้านค้าเล็ก (XXS) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 5,000 บาท (สูงกว่า 6 หมื่นบ./ปี)
- ร้านค้าเล็ก (XXXS) ที่มียอดซื้อเฉลี่ย สูงกว่าเดือนละ 4,999 บาท (ต่ำกว่า 6 หมื่นบ./ปี)
สรุปผล การซื้อที่ผ่านมา มีเพียงรายใหญ่ XXXL ในกทม. เพียง 1 ราย (xxxx บิวตี้) และ ในตจว.เพียง 1 ราย (xxxx บิวตี้) เท่านั้น ที่มียอดการสั่งซื้อทุกเดือน ที่เหลือเป็นลูกค้าของบริษัททั้งหมด ที่ไม่มีการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน
- จากตัวอย่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของบริษัท คือ แชมพูสาหร่ายทะเล ขวดใหญ่ ราคาขายข้างขวดที่พิมพ์ไว้ = 320 บาท
หมายเหตุ
- โครงสร้างราคาเดิมที่บริษัท ขายส่งร้านค้ารายใหญ่ 200 โหล (โหลละ 1,800 บาท) แถม 72 โหล ทำให้ ราคาต้นทุน ของร้านค้าส่งรายใหญ่ = 110.29 บาท ร้านค้าส่ง ขายปลีกที่ราคา 118 บาท และถ้าส่งขาย ให้กับร้านค้าอื่นๆที่มาตัดซื้อสินค้า ราคาจะถูกลงไปกว่านี้อีก
- ปัจจุบัน ราคาขายส่งต่อโหล ที่บริษัท ขายให้กับ บุคคล หรือ ร้านค้าทั่วไป ขายโหลละ 1,800 บาท = ขวดละ 150 บาท เท่ากับลดจากราคาเต็ม 320 บาท มีส่วนลด = 53%
- สินค้าในห้างฯจะขายได้น้อยไปด้วย เพราะลูกค้าผู้ใช้ที่เคยซื้อตามท้องตลาดทั่วไป มาเจอ ผลิตภัณฑ์ ที่ห้างฯ เห็นราคาสูงกว่ามาก ก็จะไม่ซื้อตามห้างฯตลอดไป ตัวอย่างเช่น แชมพูสาหร่ายทะเล ขวดใหญ่ ราคาข้างขวด 320 บาท ในห้างฯขายลดราคาแล้ว ราคายังสูงถึง 260 บาท โดยที่ราคาตามร้านค้าทั่วไป อยู่ที่ 118-150 บาท สูงกว่าเป็น 100 บาท ถ้าลูกค้าเคยซื้อที่ห้างฯไปแล้ว มาเจอที่ร้านค้าอื่นๆ ราคาขายปลีก ต่ำกว่าเป็น 100 บาท อาจเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ไปเลย เพราะเหมือนซื้อที่ ห้างฯ แล้วโดนหลอกให้ซื้อในราคาที่สูงมาก
- ผู้ใช้ที่ไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ เห็นรูปลักษณ์ขวดดูดี มีมาตรฐาน แต่เมื่อมาดู ราคาที่สกรีนอยู่ข้างขวด 320 บาท และพอจะซื้อจริง ราคาลดลงเหลือ 118 บาท จะมีความรู้สึกว่า ผลิตภัณฑ์นี้ อาจไม่ได้มาตรฐาน เพราะราคาขายปลีกต่อขวด ลดลงมามากกว่าปกติที่น่าจะเป็น
- เมื่อร้านค้าส่วนใหญ่ ไปซื้อกับ ตัวแทนรายใหญ่ ผลกระทบที่ตามมา คือ บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุม และแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ผลิตภัณฑ์ แบรนด์อื่นๆ ที่เข้ามาแข่ง หรือแย่งตลาด ที่ร้านค้าขายปลีกของเรา ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ที่ไม่มีในฐานข้อมูลของบริษัทฯ และจำหน่ายสินค้าของเราอยู่ จะมีผลทำให้ยอดการขายไม่เติบโตเพิ่มขึ้น หรือลดลงก็เป็นได้ เช่น คู่แข่งเล่นรายการโปรโมชั่น ราคา และของแถม เป็นช่วงสั้นๆ ในบางพื้นที่ ทำให้ร้านค้า ผลักดันการขาย ผลิตภัณฑ์ของเราได้น้อย ทางบริษัทฯก็ไม่ทราบ และช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ ซื้อผลิตภัณฑ์มาจาก ตัวแทนรายใหญ่ ทั้งสิ้น การนำร้านค้าเหล่านี้ เข้าร่วม โครงการ xxxxx Corner จะทำให้เราสามารถควบคุม และแก้ปัญหาต่างๆได้ เช่น การแก้ไขปัญหาการขายตัดราคากัน ในแต่ละพื้นที่ ร้านค้าที่ขายสินค้าของเรา ได้จำนวนมาก แต่มีกำไรน้อย เมื่อมี ยี่ห้อของคู่แข่ง เข้ามานำเสนอ และให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีกว่ามาก ร้านค้าเหล่านี้ อาจสนใจไป ซื้อผลิตภัณฑ์ ของคู่แข่ง และขายให้อย่างจริงจังก็เป็นได้
- ร้านค้าส่วนใหญ่ จะผลักดันการขายผลิตภัณฑ์ ที่ได้กำไรสูง ก่อนเสมอ ส่วน สินค้าของเรา ที่ลูกค้าเป็นผู้เข้ามาถามหาซื้อเอง ถึงแม้จะมีกำไรไม่มาก ร้านค้าก็จะซื้อติดร้านไว้บ้าง คือ ซื้อแค่พอขาย ขายหมดก็สั่งใหม่ จึงไปตัดซื้อจำนวนไม่มากกับ ยี่ปั่ว ไม่สั่งซื้อโดยตรงกับทางบริษัทฯ และขายแบบธรรมชาติ ไม่ผลักดันสินค้า เพราะสินค้าของเรา มีกำไรขายปลีกไม่มาก เนื่องจาก ยี่ปั่ว ก็ขายปลีก มีการระบายขายสินค้าเหมือนกัน เพราะสั่งมาทีหนึ่ง 200 โหล แถม 72 โหล = มีสินค้ารวม 272 โหล ต้องเร่งระบายการขาย การตั้งราคาขายหน้าร้าน จึงต้องตั้งราคาขายต่ำมาก เอากำไรขายปลีก เพียง 7% ได้กำไร แค่ขวดละ 8 บาท ยี่ปั้ว เป็นที่รู้จักของร้านทั่วไป การตั้งราคาของร้านค้าทั่วไป ที่ไปตัดซื้อมา จึงไม่สามารถ บวกกำไรได้มาก แต่ที่ขาย เพราะสินค้า มีลูกค้ามาถามซื้อ จึงต้องมีสั่งมาขายที่ร้าน
- หากมีการปรับ กลไกราคาขาย ที่สมบูรณ์ และถูกต้องแล้ว จะทำให้บริษัท มีกำไรที่จะนำมาใช้ ในการจัดกิจกรรมต่างๆได้ เช่น การจัดทำโปรโมชั่นให้กับร้านค้า เพื่อกระตุ้นการซื้อไปทดลองใช้สำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ และบริษัท ต้องใช้งบประมาณในการจัดทำป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ แจก กระจายตามร้านค้าต่างๆ, บริษัท จ้างทีม PC ประชาสัมพันธ์สินค้า เพื่อกระตุ้นลูกค้าให้สนใจเข้ามาทดลองใช้ โดยจัดหมุนเวียนให้กับ ร้านค้าอย่างทั่วถึงในทุกๆพื้นที่, การทำคูปองลดราคาสินค้า เพื่อกระตุ้นกลุ่มผู้ใช้ใหม่ ให้สนใจเข้ามาทดลองซื้อใช้ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ
- เมื่อมีการจ้าง พนักงานขาย ดูแลพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อผลักดันการขายร้านค้า ให้ขาย ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ของทางบริษัทฯ และให้มีการซื้อสินค้า กับบริษัท อย่างต่อเนื่อง จะไม่เป็นผลสำเร็จ หรือทำได้ยาก ช่วงแรกๆอาจพอทำได้กับร้านที่ยังไม่เคยขายผลิตภัณฑ์ของเรา มาก่อน เพราะยังไม่รู้ราคาที่ซื้อขายกันในตลาด พอตอนหลังร้านค้าพบว่า ตัดซื้อกับ ยี่ปั่ว จะได้ราคาที่ต่ำกว่ามาก ร้านค้าส่วนใหญ่ทั่วไป ก็จะไปตัดซื้อกับ ยี่ปั้ว และไปซื้อเฉพาะสินค้าตัวที่ขายได้เท่านั้น ยอดการขาย จึงขายได้เฉพาะ สินค้าตัวที่ติดตลาดแล้วเท่านั้น และถ้าดูจาก สรุปรายงานการขาย ปี 25xx จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ 99% ของลูกค้าทั้งหมด ซื้อกับบริษัท แล้ว จะขาดการซื้อต่อเนื่อง หลายเดือนทั้งสิ้น ถ้าจะกลับมาซื้ออีก บริษัท ต้องจัดทำราคาโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับร้านค้า เพื่อให้ราคาขายส่ง ใกล้เคียงกับที่ ยี่ปั้ว ขายให้
- ในปี 25xx ยอดขายไม่เติบโตเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน เพราะมีการผูกขาด การขาย อยู่ที่ ตัวแทนขายส่งรายใหญ่เท่านั้น และตัวแทนขายส่งรายใหญ่ ขายสินค้าหลายชนิด ไม่ได้ตั้งใจทำตลาดสินค้าของเราอย่างจริงจัง ดูจากยอดขาย ที่น่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน ถ้ามีการขายและขยายตลาดอย่างจริงจัง อีกทั้ง ตัวแทนขายส่งรายใหญ่ ไม่ได้มีการดูแลการขาย ให้กับร้านค้ารายย่อย อย่างใกล้ชิด เช่น การเข้าไปดูสินค้าของเรา ที่หน้าร้านลูกค้าว่าสินค้าขาด หรือไม่ และไม่ได้มี พนักงานขาย มากระตุ้นให้สั่งซื้อเพิ่ม หรือผลักดันให้มีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา ทุกชนิด และทาง บริษัทฯ ไม่ได้เข้าไปช่วยดูแลการขายใดๆ จากตัวอย่าง ร้าน xxxx กทม. เคยซื้อตรง กับ ทาง บริษัท เมื่อวันที่ 9/6/58 = 33,000 บาท ได้ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์ของเรา ขายได้เรื่อยๆ แต่ปัจจุบันไปตัดซื้อสินค้าจากยี่ปั้วมาขายเฉพาะสินค้าที่ขายออกได้เร็ว แต่ถ้าราคาจากบริษัท ขายให้ได้ราคาใกล้เคียงกันก็จะซื้อกับทางบริษัท
- การปรับ ราคาขายส่ง ครั้งนี้ ทำให้เกิดมาตรฐานราคาขายในตลาด ที่เมื่อมีส่วนต่างของกำไรขายปลีก ผลิตภัณฑ์ของเรา จากราคาแนะนำขาย เกิดขึ้นได้จริงสูงกว่า 40% (จากราคาซื้อเริ่มต้นที่ 1 ลัง) เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ และสามารถนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ ขายเครื่องสำอาง ซึ่งมีตัวแทนรายใหญ่ กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นกลุ่มที่มี ฐานการเงินที่ดี มีกำลังซื้อสูง สามารถตอบรับการทำ โครงการ xxxx Corner ได้ ความยุ่งยากของการขาย ผลิตภัณฑ์บำรุง และรักษาเส้นผม จะยุ่งยากน้อยกว่า การขายเครื่องสำอาง และถ้ามีกำไรที่ดี มีการสนับสนุนด้านการตลาด และการพัฒนายอดขาย เพื่อให้ร้านขายเครื่องสำอางเหล่านี้ สามารถสร้างผลกำไรให้ร้านเพิ่มขึ้นได้ น่าที่จะมีการตอบรับได้ดีตามเป้าหมายที่วางไว้
- การปรับราคาขายส่งครั้งนี้ อาจมีผลต่อ ตัวแทนจำหน่ายเดิม ต้องสร้างความเข้าใจให้ดีว่า เป็นการสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และราคา เพื่อให้ ตัวแทนจำหน่ายของเรา ทุกราย มีกำไรจากการขายปลีกผลิตภัณฑ์สูงสุด
- จะได้กำไรจากการขายปลีกเพิ่มขึ้น
- บริษัท มีเป้าหมายในการพัฒนายอดขายของ ตัวแทนจำหน่าย ปีนี้ให้เติบโตเพิ่มขึ้นสูงกว่า 30%
- บริษัท มีงบประมาณ ในการจัดทำป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ และกระตุ้นการขายให้กับร้านค้าได้
- บริษัท มีงบประมาณ ในการจัดพิมพ์โบชัวร์สี ที่แสดงคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ และราคาขายมาตรฐาน ซึ่งทางร้าน สามารถมอบให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้านำกลับไปพิจารณา และกลับเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าของท่านได้
- บริษัท มีงบประมาณ ในการไปทำโปรโมชั่น ให้กับลูกค้าผู้ใช้กลุ่มใหม่ ให้สนใจที่จะเข้ามาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
- บริษัท มีงบประมาณ ในการส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เข้าไปฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ และเทคนิคการขาย ให้ที่ร้านค้าของท่าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยอดขายของร้าน
- ราคาขายของห้างฯ จะมีมาตรฐานเหมาะสมมากขึ้น เพราะปัจจุบัน ราคาขายปลีก ที่ห้างฯต่างจากราคาขาย ของร้านค้าทั่วไปกว่า 100 บาท ซึ่งทำให้ราคาและผลิตภัณฑ์ของเรา ดูไม่มาตรฐาน
- แนะนำด้านการพัฒนา และการบริหารจัดการในร้าน
- เสนอแนะ ปรับปรุง ภายในบริเวณร้าน xxxxx Corner
- เสนอแนะปรับปรุง การขาย และการให้บริการของร้าน
- สนับสนุนการส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์
- ช่วยฝึกอบรม และพัฒนาด้านการขาย ให้กับ พนักงานขายของร้าน
- ร่วมทำกิจกรรม เพิ่มยอดขาย และขยายตลาดการขายในพื้นที่
- ช่วยพัฒนาทีมขายฟรีแลนซ์ของร้านค้า เพื่อขยายกลุ่ม ผู้เคยซื้อใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา ที่เห็นผล และสนใจที่จะสร้างรายได้เสริม เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
2.3 ในช่วงแรกของการปรับราคา อาจมีของแถมประกบเข้าไปกับตัวผลิตภัณฑ์ด้วย เพื่อให้ ตัวแทนจำหน่าย เห็นประโยชน์ของการปรับราคา ว่าทำให้เกิด ผู้ใช้กลุ่มใหม่เกิดขึ้น โดยมี ของแถม หรือ โปรโมชั่น เป็นตัวกระตุ้นการซื้อ เช่น
ผู้ใช้ทั่วไป : อาจจัดโปรโมชั่น ผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้น แถมผ้าขนหนูเช็ดผม มูลค่า……….บาท
ช่างทำผม : โปรโมชั่น ผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้น แถมผ้ากันเปื้อนสำหรับช่างทำผม มูลค่า……….บาท
- ที่ตัวของแถม อาจสกรีนโลโก้ ของเรา เข้าไปด้วย เพื่อโฆษณาตราสินค้า
- หากกลัว ตัวแทนจำหน่าย แกะของแถม อาจพิมพ์สติ๊กเกอร์ติดข้างขวด ว่ามีของแถม ให้น่าสนใจ เช่น พิเศษ..เรียกรับ ของแถม ผ้าขนหนู xxxxx มูลค่า……….บาท ฟรี! จากผู้ขาย
ตัวอย่าง ราคาโปรโมชั่น ที่ขายที่ห้างฯ หรือ หน้าร้านค้าทั่วไป
แชมพูสาหร่าย (L) ราคาขายข้างขวด = 320 บาท, ราคาขายที่ห้างฯ หรือ หน้าร้านค้าทั่วไป เป็นโปรโมชั่น ลด 20% = 256 บาท, สำหรับห้างฯ หรือหน้าร้านค้าทั่วไปจัด โปรโมชั่นลดพิเศษ 30% = 224 บาท, สำหรับห้างฯ หรือ หน้าร้านค้าทั่วไปจัด โปรโมชั่น ลดล้างสต๊อก 40% = 190 บาท
ราคาส่งตัวแทน รายเล็ก 1 ขวด 154.- ………(ถึงแม้ ตัวแทนขายส่ง รายเล็ก ขายลดล้างสต๊อก 40% แล้ว ยังมีกำไรอีกเกือบ 20% เป็นผลประโยชน์ตอบแทน)
ตัวอย่าง ราคาขายส่ง ตัวแทนจำหน่าย แชมพูสาหร่าย ราคาเต็ม 320 บาท = 3,840 บาท/โหล
รายเล็ก หรือ ฟรีแลนซ์ ซื้อ 1 - 4 ลัง = 154 บาท/ขวด = 1,848 บาท/โหล ส่วนลด 52%
รายกลาง ซื้อ 5 – 50 ลัง = 150 บาท/ขวด = 1,805 บาท/โหล ส่วนลด 53%
รายใหญ่ 1 ซื้อ 51 – 100 ลัง = 147 บาท/ขวด = 1,766 บาท/โหล ส่วนลด 54%
รายใหญ่ 2 ซื้อ 101 – 150 ลัง = 144 บาท/ขวด = 1,728 บาท/โหล ส่วนลด 55%
รายใหญ่ 3 ซื้อ 151 – 200 ลัง ขึ้นไป = 141 บาท/ขวด = 1,690 บาท/โหล ส่วนลด 56%
สรุปขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินการปรับราคา
ก.พ. มี.ค. มี.ค.
- ให้ซื้อราคาเก่าได้ถึงสิ้นเดือน กพ. – นำเสนอ ขายให้กับกลุ่ม M และ S - ทำ คูปองกระตุ้นการซื้อให้กับ
- แจก ราคาใหม่ ที่เริ่มใช้ 1 มีค. กระจายร้านค้า ให้ได้เต็มทุกพื้นที่ ลูกค้าผู้ใช้กลุ่มใหม่
| กระจายนำเสนอ xxxxx Corner ลูกค้ากลุ่ม M และ S เพื่อพัฒนายอดขาย ของร้านค้าให้ เพิ่มสูงขึ้นกว่า 30% |
| ทำกิจกรรม โปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มผู้ใช้สินค้า กลุ่มใหม่ ทดลองซื้อผลิตภัณฑ์ ไปใช้ |
| ยอดขายปลีก เติบโตเพิ่มขึ้น จากการซื้อของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และร้าน L, M และ S สามารถระบาย การขาย ได้สูงขึ้น |
ของแถมต่างๆ xxxxx Corner
- อบรมการแก้ไขข้อโต้แย้งด้านราคา - เริ่มนำเสนอร้านค้ากลุ่มเครื่องสำอาง
และ xxxxx Corner กับพ.ขาย
| นำเสนอรายใหญ่ตุนสินค้าก่อนปรับราคาขึ้น เพราะบริษัทฯต้องการสร้างมาตรฐาน ราคาขายปลีก เพื่อให้ร้าน ค้าขายสินค้าของเรา ให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น |
- ในใบเสนอราคาใหม่ ของเรา มีช่องแสดงราคาแนะนำขาย เพื่ออ้างอิงให้ ร้านค้าติดป้ายราคาขาย โดยราคานั้นเท่ากับ ราคาลด 20% จากราคาขายข้างขวด และเป็นราคาที่ขายในห้างฯ ที่ติดป้าย Sale ซึ่งจะทำให้ร้านค้าต่างๆขายผลิตภัณฑ์ได้ โดยได้รับผลกำไรสูงสุด (ขายปลีกในราคาลด 20% จะได้กำไรสูงกว่า 40% ถ้าขายราคาเต็มจะได้สูงกว่า 52%)
- ร้านค้าที่เข้าร่วม โครงการ xxxxx Corner จะได้รับการสนับสนุน ป้ายราคามาตรฐานของเรา ซึ่งร้านอื่นไม่มี บางร้านที่มีป้ายราคา ก็ใช้ปากกาเขียนใส่กระดาษติดไว้ แต่บางครั้งกระดาษพับ ป้ายราคาก็จะมองไม่เห็น และดูไม่น่าสนใจ ผลิตภัณฑ์ของเรา จะพิมพ์เป็นป้ายกระดาษแข็ง แสดงราคาเต็ม และราคาลดพิเศษชัดเจน ที่ริมขอบป้ายมีกรอบสีแดง สร้างความโดดเด่น และถ้าออกแบบดี จะสามารถใส่คุณสมบัติเฉพาะ เข้าไปในป้ายด้วยให้เป็นมาตรฐาน การให้ป้ายราคาแบบนี้ ถ้าร้านค้าติดแล้วขายได้ดี ทางร้านจะยิ่งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเรา มากขึ้นเพราะ ขายแล้วได้กำไรมาก
- ร้านค้าที่สมัครเข้าเป็นร้าน xxxxx Corner จะได้รับการสนับสนุนการขาย และขยายตลาดในพื้นที่ ซึ่งทางร้านจะได้รับการสนับสนุนทางการตลาดอย่างเต็มที่ ทำให้ร้านค้ามั่นใจ และปฏิบัติตามแนวทางของเรา ถ้าร้านไหนฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการขายของเรา ส่วนกลางอาจทำการยกเลิกร้านนี้ไม่ให้เป็น xxxxx Corner อีกต่อไป/.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น