ถ้ามองรูปแบบ การจัดเรียงสินค้า ของแต่ละร้านค้า ลูกค้าจะสามารถเข้าใจได้ ถึงมาตรฐาน ในการบริหารจัดการสินค้า ของร้านค้า นั้นๆได้เลยทันที การจัดเรียงสินค้า ที่ไม่เป็นระเบียบ ค้นหาสินค้ายาก เวลาจะค้นหาสินค้าให้ตรงกับที่ ลูกค้า ต้องการ ก็หายาก และเสียเวลา ในการหาสินค้านาน ถ้าหาไม่เจอ จะทำให้เสียโอกาสในการขายไป และสินค้าจะค้างสต๊อกนาน บางทีก็ตกรุ่นไป ไม่มีใครซื้อรุ่นนี้อีกแล้ว สุดท้ายก็ต้องตัดสต๊อกทิ้งไป ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมาก เราจึงควรให้ความสำคัญกับ การจัดเรียงสินค้า เพื่อช่วย เพิ่มยอดขายได้ ดังนี้
1. ออกแบบ และเขียนแผนผังในร้าน ออกมาเลยว่า สินค้าประเภทอะไร ควรอยู่บริเวณใด สินค้าที่ขายไม่ดี และไม่ค่อยมีคนมาถามหาซื้อ ให้ไปอยู่แถวชั้นด้านใน ส่วนสินค้าที่ขายดี จะจัดวางบริเวณด้านหน้าเสมอ ตามห้างฯ ชั้นวางสินค้า ที่ด้านหน้า ถึงขนาดเก็บค่าวางสินค้าเฉพาะด้านหน้า ต่างหาก เพราะถือเป็นพื้นที่ ที่ทำยอดขายได้ดีที่สุด
2. จัดเรียงสินค้า โดยแยกเป็นหมวดหมู่ กลุ่มสินค้าประเภทไหน ควรจะอยู่ฝั่งซ้าย ของร้าน อยู่กลางร้าน หรือ อยู่ฝั่งขวา ของร้าน และ อยู่ด้านใน หรือ ด้านนอก
ให้สินค้า ประเภทที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ใกล้ๆกัน และ สร้างเป็นมาตรฐาน รูปแบบการจัดเรียงสินค้า เผื่อมีหลายสาขา จะได้ จัดเรียงสินค้า คล้ายๆกัน ลูกค้า เวลาเดินเข้ามาที่ร้าน จะได้หาสินค้าเจอ อาจดูกลุ่ม การจัดเรียงสินค้า แนวทางเดียวกับ ที่ห้างฯจัด หรือ ร้านเซเว่น ก็ได้ เพื่อให้ลูกค้า คุ้นเคยในการเดินหาสินค้าได้เอง และ เรียงตามกลุ่มที่ขายได้มากที่สุด หรือ สินค้าที่มีราคาสูง ขายในร้านได้มาก เป็นสินค้ากลุ่ม ที่ทำยอดขายสูง ให้กับที่ร้าน ให้เลือกที่ตั้งบนชั้น ที่อยู่ด้านหน้า โดดเด่นที่สุดก่อน
3. มีการจัด มุมโชว์ ของพรีเมี่ยม ที่จะแจกในรายการโปรโมชั่น ของร้าน
4. สินค้าที่มีราคาสูง ขนาดเล็ก หยิบใส่กระเป๋าได้ง่าย ควรใส่ตู้โชว์ ล๊อกกุญแจ
ถ้าลูกค้าสนใจ ให้ พนักงานขาย ในร้านมาเปิด เพื่อให้ลูกค้าดู และทดลองใช้สินค้า
5. จัดเรียงสินค้าให้เต็ม ชั้นโชว์อยู่ตลอดเวลา
ทุกวัน ควรมีการเดินตรวจสอบ ปริมาณสินค้าที่พร่อง หรือหมดไป และให้นำมาเติม ให้เต็มตามปริมาณที่ตั้งไว้ว่า จะแขวน หรือ ตั้งโชว์สินค้าชนิดนั้น กี่ชิ้น อาจตรวจในรอบเช้า และรอบบ่าย ของทุกวัน โดยกำหนดเวลา ที่เดินตรวจด้วย
6. จัดเรียงสินค้า ให้หยิบได้ง่าย
ไม่ควรเรียง ชิดกันมากจนเกินไป เวลาลูกค้ามาเลือหยิบ จะโดนสินค้าอื่น ที่จัดเรียงชิดกันไปด้วย ทำให้ ต้องมาจัดสินค้าใหม่บ่อยๆ เพราะเรียงไม่เป็นระเบียบ จากที่ลูกค้าหยิบชิ้นหนึ่ง ตัวอื่นล้มบ้าง เคลื่อนที่ไปข้างๆบ้าง ให้ผู้ที่เดินตรวจปริมาณสินค้า ตรวจการเรียงสินค้าไปด้วย จะได้แก้ไขได้ วันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้า และบ่าย
7. จัดเรียงสินค้า ให้ดูเหมือนมีปริมาณมาก
ในการเลือกซื้อสินค้า ลูกค้าจะเลือกซื้อกับร้าน ที่มีสต๊อกสินค้าจำนวนมาก เพราะรู้ว่า ร้านนี้ ตัดซื้อสินค้ามาขายจำนวนมาก น่าจะได้ราคาส่งที่ดี และสามารถขายปลีก ให้กับลูกค้า ในราคาที่ไม่สูงนักได้ ดังนั้นหากเรามีสินค้าในสต๊อกน้อย จำเป็นต้องจัดเรียง ให้ดูเหมือนมีปริมาณมาก อาจนำสินค้าออกมาโชว์ นอกกล่อง และ จัดวางกล่อง ในจุดที่ให้เห็น เหมือนมีสต๊อกอยู่
8. ทำ ป้ายส่งเสริมการขาย ที่ตัวสินค้า เพื่อสร้างความน่าสนใจ ให้สินค้าแต่ละตัว
เช่น ป้าย Best Seller, ป้าย Hot Price, ป้าย New, ป้าย ผ่อน 0%, ป้าย Hot, ป้าย Free ของแถม ฯลฯ
9. หากเป็นสินค้า ที่ต้องจัดเรียงในแนวราบ และ ชั้นวางสินค้า ไม่มีความลาดเอียง ให้หาแท่นวาง มาช่วยวางให้เอียงขึ้นมาได้
เพื่อให้การตั้งโชว์สินค้า ดูมี มิติ และมองเห็นด้านหน้าตัวสินค้าแบบตรงๆ
10. สินค้าที่มีราคาสูง ต้องการอธิบาย คุณสมบัติของตัวเครื่อง ให้ติดป้ายแสดงคุณสมบัติโดยย่อของสินค้าไว้
วางไว้ใกล้ๆกับ ตัวสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสะดวกใน การอ่าน คุณสมบัติ เพื่อให้สามารถพิจารณาการตัดสินใจเลือกซื้อ ให้ตรงกับ ความต้องการได้ ตัวอักษรที่แสดง ควรมีขนาดใหญ่พอเหมาะ ให้อ่านได้ง่าย สีของพื้นป้าย อย่าให้มีสีใกล้เคียงกับตัวสินค้า ป้ายต้องให้เป็น สีอ่อน ตัดกับสีเข้มของตัวอักษร มีการเน้นย้ำ คุณสมบัติเด่น ด้วยตัวอักษรหนา เพื่อให้สะดุดตา
11. หากวางสินค้าเรียงกันเป็นแถว ในตู้โชว์ ให้วางเลื่อมกันในแต่ละแถว
จะทำให้สินค้าดูเด่นชัดขึ้น
12. ที่ตัวสินค้า ควรมีการติด ป้ายราคาขาย ทุกชิ้น
ติด ป้ายราคาสีดำ แบบธรรมดา สำหรับสินค้า ราคาขายปกติ ถ้าเป็นสินค้าที่ ลดราคา มากกว่าราคาปกติที่ขาย หรือ เป็นช่วงจัดโปรโมชั่น ให้ใช้ป้ายสีแดง SALE แสดงราคาขาย
13. ตรวจสอบที่ตัว กล่องสินค้า ว่ามีการระบุ ยี่ห้อ รุ่น คุณสมบัติของสินค้า ที่ลูกค้าจำเป็นต้องทราบ ประเทศที่ผลิต วันหมดอายุ ชื่อตัวแทน หรือ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศ มีเลข มอก. หรือ อย. ที่ตรวจสอบที่มาได้ แสดงไว้ หรือไม่
เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ซื้อ จะได้รับสินค้าที่ได้มาตรฐาน และ ตรงตามคุณสมบัติ ที่ระบุไว้ที่ตัวสินค้า
14. การจัดเรียงสินค้า หลายๆชั้น ควรวางสินค้าขนาดเล็ก ไว้ที่ชั้นโชว์ ด้านบน ส่วนที่มีขนาดใหญ่ ให้วางไว้ที่ชั้นโชว์ด้านล่าง
15. สินค้าขายดี ที่ทำยอดขายให้ ร้านค้า ได้มาก ควรจัดวางให้อยู่ ในระดับสายตา
ในจุดที่โดดเด่น เห็นได้ชัดเจน หรือ วางไว้ บริเวณด้านหน้า ของร้าน
16. ในกรณีที่จัดเรียงสินค้าไว้เป็นกลุ่ม หากมีสินค้ากลุ่ม อื่นมาปะปน ให้นำสินค้ากลุ่มอื่นเหล่านั้น กลับไปวางที่ชั้นวางเดิม ให้ถูกต้อง
อาจเขียนอยู่ใน แผนการทำงานประจำวันว่า จะต้องเดินตรวจ และจัดสินค้า ที่วางปะปน กับกลุ่มอื่นๆ หรือ จัดเรียงสินค้า ไม่เรียบร้อย เพื่อจัดให้เข้าที่เข้าทาง ที่ตั้งแบบเอาไว้
ติดตามความรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง ให้สู้กับคู่แข่งทางธุรกิจได้ที่
www.aniruth.wordpress.com
บทความหลัก ที่เกี่ยวข้องhttps://wp.me/p1eLou-5Z



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น