ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

119. กลยุทธ์ การเพิ่มยอดขาย และ สร้างผลกำไร เพิ่มขึ้น ให้กับ ร้านค้า โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

IMG_5442
บทความนี้ ผมเชื่อว่า จะสามารถช่วยเหลือ ทุกท่าน ที่เป็น เจ้าของร้านค้า ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ในการค้าขาย เพราะในปัจจุบัน การขายสินค้า ที่มีหน้าร้าน ประสบปัญหา ยอดขายลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุที่ ลูกค้าจำนวนมาก หันไป ซื้อสินค้า ทางออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ ร้านค้าโดยรวม มียอดขายลดลง ผมไม่อยากให้ เจ้าของร้านค้า หลายแห่ง ที่ไป เช่าหน้าร้านขายสินค้า ในห้างสรรพสินค้า หรือ ตามสถานที่ต่างๆ ต้องเลิกเช่า แล้วไปทำอย่างอื่น หรือ ห้างสรรพสินค้า ที่มี ร้านค้ามาเช่าน้อยลง เพราะสินค้าขายไม่ดี ต่อไปก็ต้องปิดตัวลง เพราะไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการ เหมือนในต่างประเทศที่เกิดขึ้น หนทางเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ ถ้าหากทุกท่าน ได้มีโอกาสศึกษารายละเอียด ในบทความของผม ที่มีรายละเอียดมากที่ https://diac-hu.blogspot.com ซึ่งถ้าทุกร้านค้า ศึกษา และพัฒนา การเพิ่มยอดขาย อย่างจริงจัง และปฏิบัติตาม ก็จะไม่เกิดเหตุร้ายๆ แบบนี้ขึ้นอย่างแน่นอน
ผม อยากจะให้เข้าใจก่อนว่า การขายสินค้าทางออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ในตลาดการค้าปัจจุบัน ที่จริงแล้ว การขายสินค้าทางออนไลน์ เป็นเพียงแค่ ช่องทางการขายแบบหนึ่ง เหมือนกับแต่เดิม ที่เรามี ช่องทางการขาย แบบร้านค้า,  ช่องทางการขาย แบบขายตรง,  ช่องทางการขาย แบบขายตรงหลายชั้น,  ช่องทางการขาย แบบขายทางโทรศัพท์ แต่ ช่องทางการขาย แบบออนไลน์ นี้ มันยิ่งใหญ่ เพราะสามารถ เข้าถึงตัวลูกค้าได้ทุกคน และทุกเวลาได้ เนื่องจาก ในปัจจุบันทุกคนใช้ สมาร์ทโฟน กันหมด ช่องทางนี้เข้ามาจึง ขายดีได้ เท่ากับ ช่องทางใหญ่ๆ แบบเดิม ยอดขายของเราส่วนหนึ่ง จึงถูกแชร์ ไปจำนวนมาก ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งคือ การค้าขายทางออนไลน์ เกิดขึ้นได้ง่าย ต้นทุนการดำเนินการต่ำ ไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า และประชาสัมพันธ์การขายได้ง่าย เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องเหนื่อย ออกไปที่ร้าน ไปพบลูกค้า เป็นเช่นนี้แล้ว นักขายออนไลน์ รุ่นใหม่ อายุน้อย จึงเกิดขึ้นมากมาย เข้ามา แชร์ ส่วนแบ่งตลาดไปเป็นจำนวนมาก
แต่พวกเราไม่ได้มานึกถึง กลยุทธ์ ในการปรับปรุง ช่องทางการขายแบบเดิมๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย ให้สามารถ แข่งขัน กับ ช่องทางการขาย แบบออนไลน์ ได้ และอีกทางหนึ่งคือ เราก็ต้องเรียนรู้ การขายทางช่องทาง ออนไลน์ด้วย เรียนรู้โดยการ โดดลงไปทำเลยครับ เริ่มเปิดแอ็คเคาท์ทางเฟสบุ๊คก่อน แล้วก็ทำ เพจ ไปด้วย เริ่มคลุกคลีกับมัน พออ่านเทคนิคต่างๆ ในการทำกับเฟสบุ๊ค เพื่อให้มียอดขายเข้ามาทาง ออนไลน์ ก็จะเข้าใจเองว่ามันไม่ได้ยากอะไร แต่มันไม่ง่ายเพราะมีเว็บไซด์ แบบเรา เยอะเต็มไปหมด ทำอย่างไรเราจะสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น แข็งแรง คนจดจำแบรนด์ได้ ก็ค้นหาเราเจอได้ครับ
ช่องทางการขาย แบบออนไลน์ มี จุดเด่นใหญ่ คือ ผู้ซื้อสามารถค้นหารายละเอียดสินค้า ร้านค้าที่จำหน่าย และ เทียบราคาสินค้าใน โทรศัพท์มือถือ ได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทางออกไป เดินหาซื้อข้างนอก แต่ จุดด้อยใหญ่ คือ ไม่เห็นสี ขนาด น้ำหนัก และ ตัวจริงของสินค้า ตรวจสอบ หรือ ทดลองสินค้าไม่ได้ว่า ดีจริง มีเสียงดังเกินไป หรือไม่ ใช้วัสดุในการผลิตที่ดี หรือไม่ เป็นสินค้าเลียนแบบหรือปล่าว จุดเด่นของสินค้า ต้องหาอ่านเอาเอง ดูในรูป ประกอบภาพ ถ้าถ่ายรูปมาแสดงไม่ชัด เขียนข้อมูลไม่ดีจริง ก็ขายไม่ได้หรอกครับ ถึงต้องมีการ แสดงผลการใช้งานจริง ของลูกค้า ที่ซื้อไปแล้ว
จึงเป็นที่มาของ การหาข้อมูลในโทรศัพท์มือถือก่อน แล้วไปดูสินค้า ให้ชัวร์จริง ที่ ห้างสรรพสินค้า หรือ ร้านค้า ก่อน ว่าจะเอายี่ห้อนี้ รุ่นนี้ แน่นอน แล้วจึงค่อยกลับมา สั่งซื้อ ผ่านทางออนไลน์ นี่คือ พฤติกรรมในปัจจุบัน ดังนั้นแล้ว หากร้านค้า ไม่ปรับปรุง กลยุทธ์ และวิธีการต่างๆ ที่ผมได้เขียน และ รวบรวมขึ้นมาให้แล้วนี้ ก็อาจทำให้ ร้านค้าต่างๆ เกิดเหตุการณ์แบบในหลายๆประเทศที่เกิดขึ้น เพราะคนมองข้ามจุดๆนี้ไป ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสสังคม และธรรมชาติ โดยไม่หันมาพัฒนา และ แก้ปัญหาต่างๆ เช่น ที่ร้าน ยอดขายลดลง เจ้าของร้าน และ พนักงานในร้าน ได้ประชุมพูดคุยกัน เพื่อพัฒนา ปรับปรุงสิ่งต่างๆ ของร้าน ให้ดีขึ้นไปแล้วบ้าง การปรับปรุง ที่ใช้อยู่นั้น ใช้ได้ผลจริง หรือไม่
ผมบอกได้เลยว่า วิธีการ หรือ กลยุทธ์ที่ถูกต้อง คือ การเกิดช่องทางการขาย แบบออนไลน์ มันจะทำให้สินค้าของเราในร้าน ขายดีขึ้น อย่างมากเป็นเท่าตัว จากการมี ช่องทางการขายทางออนไลน์ เกิดขึ้น เพราะเท่ากับเรา ก็ได้ช่องทางการขายแบบใหม่ของร้านเราเหมือนกัน ที่เป็นอยู่นี้ อาจมีคน และ ร้านค้าในออนไลน์ จำนวนมาก ช่วยโฆษณา สินค้าตัวที่เราขายอยู่ให้ ฟรี! แต่ลูกค้า ก็อาจจะไม่มั่นใจ ในการก็อปปี้รูปมาลงขายทางออนไลน์ สินค้าของจริง ในร้านค้าออนไลน์ อาจไม่มีในสต๊อก สั่งซื้อต่อๆกันมาอีกทีนึง แล้วถ้าเกิดปัญหากับ ตัวสินค้า ทางร้านค้าออนไลน์ จะรับผิดชอบให้ได้แค่ไหน และ ถ้าโฆษณาได้ดี จนขนาด ทำให้ลูกค้าสนใจ ตัดสินใจซื้อแล้ว ลูกค้าก็ยังคงต้องไปหาดู สินค้าตัวจริง จับต้องได้ ตาม ร้านค้า หรือใน ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อให้มั่นใจ ในการตัดสินใจซื้อ  กลยุทธ์ คือ ในช่วงที่ ลูกค้า เข้ามาที่ร้าน สอบถามราคา และ รายละเอียดสินค้า พนักงานขาย ในร้าน ก็เป็น นักขายมืออาชีพ ในการปิดการขายสินค้านั้นได้เลยทันที เพราะ พนักงานขาย และทางร้าน ก็สืบราคาสินค้าตัวนี้มาแล้ว จากทาง ออนไลน์ เหมือนกัน และ ทางร้าน ได้ปรับปรุงราคาใหม่ ให้แข่งขัน กับ ช่องทางการขาย แบบออนไลน์ มาแล้ว และ มีโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ที่ให้ได้มากกว่า ซื้อไปในตอนนี้ ได้จับต้องสินค้าตัวจริง ทดสอบสินค้าได้ และดูได้ว่า มีตำหนิ หรือ ข้อบกพร่อง ตรงไหนบ้าง ถ้านำสินค้า กลับไปใช้ที่บ้านแล้ว เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง ก็โทรกลับมาปรึกษา กับช่างของทางร้าน หรือ นำ สินค้า กลับมาเคลมของใหม่ ตามเงื่อนไขการรับประกันได้ เพราะที่ร้าน มีตัวตนจริง มีสินค้าใหม่ในสต๊อก หากพึงพอใจ ในเงื่อนไขต่างๆ ก็ซื้อสินค้ากลับไปที่บ้านได้เลย ไม่ต้องกลับไป สั่งซื้อผ่านทาง ออนไลน์ แบบไม่มีตัวตนอีกแล้ว ดีมั้ยครับแบบนี้ ยอดขาย ของร้านค้า จะไม่เพิ่มขึ้นเท่าตัวได้อย่างไร แต่เรา ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ ของสิ่งต่างๆเหล่านี้แล้ว หรือไม่ ซึ่งผมได้รวบรวม แนวทาง และวิธีการต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้แล้วครับ
1. จัดรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ภายในร้าน ส่วนสำคัญ ในการสร้างกิจกรรม การจัดรายการโปรโมชั่นต่างๆ ต้องไม่ให้เสียชื่อร้านในเรื่อง ของการกระหน่ำลดราคาสินค้า ทำให้เกิดการเสียราคา ในตลาด ถ้าไม่มีเหตุผลจริงๆ เช่น ลดเพราะต้องการ ระบายสินค้า ที่อยู่ในสต๊อกของ ร้านนานเกิน 3 เดือน ออกไป อันนี้ก็พอมีเหตุผล อธิบายให้ผู้นำเข้าสินค้าได้ว่า เราทำราคาลดลง เพราะต้องการเคลียสินค้าในร้านDSCF4049          1.1 ในการออกแบบรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ควรมีการจดบันทึกข้อมูล ทำสถิติตัวเลข เพื่อใช้วัดผล ของการจัดโปรโมชั่นนั้นๆว่า จัดแบบนี้ แล้วกลุ่มลูกค้าตอบรับได้ดี เพียงใดบ้าง แบรนด์ไหนที่สินค้าในช่วงนั้น ขายดีเป็นพิเศษ และใช้เป็นข้อมูล เอาไว้อ้างอิง เผื่อสามารถ ของบสนับสนุน ค่าการตลาดกับ แบรนด์สินค้านั้นๆ จากผู้นำเข้าสินค้าว่า ช่วงเดือน ทางร้านได้จัด รายการส่งเสริมการขาย และมี การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า แบรนด์นี้ แล้วผลของการจัดโปรโมชั่นแบบนี้ ทำให้คนซื้อสินค้าแบรนด์นี้ ได้เป็นจำนวนมาก ทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้ารายใหม่ จัดรายการส่งเสริมการขาย 15 วันทำยอดขายสินค้า แบรนด์นี้ ได้สูงถึง ................. บาท จำนวน......... ชิ้น เป็นข้อมูลให้ พนักงานขาย แบรนด์นั้นๆ ไปช่วยนำเสนอ ของบการตลาด มาช่วยส่งเสริมการขายแบบนี้ เพื่อที่เราจะได้จัดขึ้นอีก การทำเป้าการสั่งซื้อสินค้าแบรด์นนี้ ต่อปี จะได้บรรลุเป้าหมาย ตามที่บริษัทผู้นำเข้าสินค้าตั้งไว้
          1.2 ราคาสินค้าที่จัดแสดงใน รายการโปรโมชั่น ทั้งหมด จะต้องแสดงราคาเป็นป้าย Sale สีแดง โดยมี ราคาปกติ แสดงเทียบให้เห็นด้วย
          1.3 ให้มี ป้ายที่ ติดแสดงราคาที่ ตัวสินค้า และ ป้ายห้อยแขวนในร้าน ให้ดูรู้สึกว่า ร้านนี้น่าสนใจ อยู่ในช่วงโปรโมชั่นสินค้า หลายรายการ ถ้าเดินผ่านแล้ว การออกแบบป้าย ต้องสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจเดินเข้าไปดูสินค้าในร้านได้IMG_4300
          1.4 ใน การจัดรายการส่งเสริมการขาย ของร้าน เราอาจมีการพูดคุยกับ ตัวแทนนำเข้าสินค้า ให้เขาช่วยสนับสนุน กิจกรรมนี้ด้วย เช่น ให้ออกมาเป็นเงินสนับสนุน, ให้เป็นส่วนลดพิเศษเฉพาะสินค้าที่จะสั่ง LOT ใหม่, ให้มาเป็นของพรีเมี่ยม ที่ซื้อสินค้า แบรนด์ของเขาไป แล้วมีของพรีเมี่ยมแถมให้ด้วย
          1.5 วิธีการจัด รายการส่งเสริมการขายในร้าน เพื่อให้สามารถเร่งระบายสินค้าในร้านได้ อาจทำทั้ง 2 วิธีการ ในทุกๆเดือน คือ วิธีการที่ 1 การจัดรายการส่งเสริมการขาย ที่ใช้ชื่อ ตามเทศกาล เช่น โปรโมชั่น วันแม่, โปรโมชั่นต้อนรับ ปีใหม่, โปรโมชั่นต้อนรับ วันคริสต์มาส, โปรโมชั่นวันเด็ก ฯลฯ ชื่อรายการโปรโมชั่น ก็อาจแต่งให้น่าสนใจกว่าการบอกไปตรงๆว่าเป็น เทศกาลวันนั้น วันนี้ โดยให้สอดคล้องกับ วันสำคัญนั้นๆ หรือ ถ้าไม่มีชื่อ ตามเทศกาล ในเดือนนั้น ก็อาจใช้ตามที่เหมาะสม เช่น Mid Year Sale 2018, โปรโมชั่นต้อนรับหน้าร้อน, โปรโมชั่นต้อนรับหน้าฝน, เทศกาลฉลองครบรอบ 5 ปี ของร้าน ระยะเวลาของ การจัดรายการส่งเสริมการขายนี้ อาจจัดได้ 10-15 วัน เพื่อให้ลูกค้าเมื่อมาเห็นแต่ยังไม่พร้อมเงินเดือนยังไม่ออก ก็จะได้มีเวลาเตรียมตัว ดังนั้นเราอาใช้ช่วง 5 วันก่อนสิ้นเดือน และอีก 10 วัน จากต้นเดือนเช่น โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 25-8 เมษายน ... ก็ได้ อันนี้คือ จัดรายการขายของให้ถล่มทลายในร้าน วิธีการที่ 2 พอหมดโปรโมชั่น 15 วันแล้ว เราทำเป็นมุมสินค้าเล็กๆในร้าน อาจชื่อ มุมสินค้าลดราคาพิเศษ หรือ มุมสินค้าเคลียแลนซ์ ก็ใช้โปรโมชั่นสินค้าราคาเดิมที่ สินค้าบางตัว ที่ยังระบายขายออกไม่ดี มาจัดวาง รายการโปรโมชั่นนี้ ต้องน้อยกว่างานใหญ่นะครับ ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เรา เร่งระบายการขายสินค้า ได้ทั้งเดือนครับ โดย รายการส่งเสริมการขายต่างๆ มีดังนี้
  • ราคา SALE สินค้าชุดนี้ ก็ลดราคาแบบพื้นๆ คือ ลด 10-15% ใช้เป็นป้าย SALE สีแดงติดก็ได้ ไม่ต้องแสดง เป็น% ให้ลูกค้าดู แต่ให้มี ราคาปกติ ตัวเลขสีดำ ที่มีขนาดเล็กกว่า แสดงเทียบให้ดูด้วย
  • ซื้อ 1 แถม 1  อันนี้เท่ากับ เหมือนลดราคา 50% เลยทีเดียว หรือ จะให้ระบายตัวสินค้าได้จำนวนมากขึ้นก็อาจเป็น ซื้อ 2 แถม 1
  • ทำสินค้า ออกมาเป็น แพ็ก ราคาพิเศษ  เช่น ขายเป็นแพ็กสินค้า 3 ชิ้น, 6 ชิ้น ในราคาพิเศษ
  • สินค้า ราคาพิเศษ! ลดล้างสต๊อก ใช้กับสินค้า ที่ค้่างสต๊อกในร้านเกิน 3 เดือน สามารถลดราคาได้มากที่สุด
  • ลดราคา 70% ต่ำกว่าทุน สินค้ากลุ่มนี้ ก็อาจเป็นสินค้าที่ต้องการเคลียสต๊อกเช่นกัน
          1.6 ทำกิจกรรม CRM กับลูกค้าไปด้วย โดยการทำให้ ลูกค้า กลับมาซื้อสินค้าที่ร้านอีก อย่างต่อเนื่อง หรือ ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น เช่
               1.6.1 ทำใบ สะสมแต้ม ขนาดพับครึ่งหนึ่งแล้ว มีขนาดเท่านามบัตร เป็นแนวนอน เวลากางออกมาจะได้ทำช่องสำหรับ แสตมป์สัญลักษณ์ ของร้าน แล้วพนักงานเก็บเงิน สามารถเซ็นทับตราสแตมป์ เพื่อป้องกันการปลอม ซื้อครบทุกๆ 500 บาท จะได้สแตมป์ 1 ครั้ง สะสมให้ครบ 10 ครั้ง จะได้คูปองเงินสด 300 บาท (เท่ากับส่วนลดประมาณ 6% ที่ร้านจะต้องเสียไป) นำมาใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าที่ร้านได้ สิ่งที่ดี คือ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับทางร้านได้ โดยดูจากถ้าลูกค้า เก็บคูปองไว้ในกระเป๋า สตางค์ แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับร้านเรา และเขาอาจมาซื้อของได้ตลอดเวลาเลยต้องพกคูปองติดตัวตลอด
          1.6.2 ถ้ามีงบ จะทำเป็นใบปริวโปรโมชั่น ขนาด A4 หรือ ครึ่งแผ่นของ A4 ก็ได้ครับ ถ้าเป็นสีก็น่าสนใจมากกว่า ขาวดำถ่ายเอกสารก็ได้ ถ้ารูปถ่านชัด และราคาโดนใจ หรือจะโยงข้อความในใบปริวโปรโมชั่น ให้เขาไปติดตามอ่านในเฟส หรือในเว็บไซด์ของเราก็ได้ ผมมีแต่รูปตัวอย่างใบปริวมือถือ ซึ่งทำขึ้นมาก็มี กลยุทธ์เหมือนกันนะครับ
           1.6.3 ทำกิจกรรม  ลูกค้าที่ซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป  มีสิทธ์จับ รางวัลพิเศษ ต่างๆได้ ฟรี! 1 ครั้ง มีรางวัลทุกครั้งที่จับ...  โดยหากล่องพลาสติก ที่เป็นทรงรูปใข่ สามารถเปิดออก 2 ด้านได้ ด้านในไข่เราก็จะ เขียนรางวัล ที่ได้รับไว้ให้ ดังนี้
  • ได้รับเป็น ของพรีเมี่ยม หรือ สินค้า แบรนด์ต่างๆ จากทางร้าน มากน้อยขึ้นตามลำดับ ของที่ราคาสูง อามีจำนวนแจกให้น้อยลง สินค้าต่างๆที่แจกก็ให้มีจำนวนครบตามรางวัลที่กำหนด ส่วนที่เป็นสินค้านี้ อาจขอสนับสนุนจาก ซัพพลายเออร์ได้ ส่วนของพรีเมี่ยมต่างๆ อาจเป็น ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก หรือ Power Bank ของโทรศัพท์มือถืออันเล็ก ที่ไดโซ๊ะ มีขาย 60 บาท หรือ เป็นของที่ได้ไปแล้ว ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และภูมิใจที่จับรางวัลมาได้
DSCF3597
  • คูปอง ส่วนลดพิเศษ 20% จากราคาปกติ คูปองนี้ ก็พิมพ์ขนาดนามบัตร เพื่อให้ลูกค้าพกติดตัวได้ตลอด เงื่อนไขในคูปองคือ คูปองนี้ ไม่สามารถใช้ได้ กับสินค้าลดราดา ที่มีป้ายราคาสีแดงได้ และใช้ลดได้ สำหรับสินค้าราคาปกติเท่านั้น
  • คูปองเงินสด 100 บาท ใช้แทนเงินสด ซื้อสินค้าที่ร้านได้ พิมพ์ขนาดเท่านามบัตร
  • ได้รับบัตร VIP ของร้านฟรี! 1 ใบ เป็นบัตร พลาสติกแข็งทั่วไป ต้องออกแบบให้สวยหรู ได้รับไปแล้วเหมือนเป็นบุคคลสำคัญของร้านเลยทีเดียว เงื่อนไขในบัตรคือ สามารถใช้ลดราคาสินค้าตาม ราคาปกติ ได้ 10% ตลอดระยะเวลา 1 ปี และให้มี หมายเหตุว่า ส่วนลดนี้ ไม่สามารถใช้ลดร่วมกับ สินค้าลดราดา ที่มีป้ายราคาสีแดงได้ และใช้ลดได้สำหรับสินค้าราคาปกติเท่านั้น
2. ฝึกอบรมพนักงานในร้าน ทั้งพนักงานขาย และพนักงานส่วนต่างๆ ให้เป็นพนักงานขายมืออาชีพ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ อันดีระหว่างพนักงานขาย และลูกค้า จะได้เป็นลูกค้าประจำ และกลับมาซื้อสินค้าที่ร้านนี้อีกอย่างต่อเนื่อง เนิ้อหาในการ ฝึกอบรมพนักงานในร้าน ผมได้เขียนไว้ให้แล้ว ในเว็บไซต์นี้ หัวข้อที่ 5. คุณอนิรุทธ หุตางกูร ฝึกอบรม และ พัฒนาทักษะ ผู้ที่สนใจงานขายให้เป็น นักขายมืออาชีพ จึงสามารถให้ พนักงานขายของร้าน เข้าไปในเว็บไซด์  www.aniruth.wordpress.com  เพื่อทำการศึกษา อ่าน และ ทำความเข้าใจให้ได้โดยละเอียด ทุกคนที่ตั้งใจอ่าน และศึกษา คิดตามไปด้วย ก็จะสามารถเป็น นักขาย ที่เก่ง และประสบความสำเร็จในชีวิต และร่ำรวยขึ้นมาได้
3. ตั้งเป้าหมาย ยอดการขายของร้าน ตลอดทั้งปี และแบ่งส่วนของยอดขาย ให้กับพนักงานขายทุกคน โดยอาจนำเอาสถิติย้อนหลังมาดูว่า ปีก่อนหน้าของปีที่แล้ว เราสามารถ ทำยอดขายของร้าน รวมทั้งปี เพิ่มขึ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์ และปีย้อนหลังไปอีกเพิ่มขึ้นมากี่เปอร์เซ็นต์ แล้วนำมาพิจารณาว่าปีนี้น่าจะโตกี่เปอร์เซ็นต์ ตามใจตัวเราเองได้เลย ถ้าเราคิดว่าในปีนี้ เราจะพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง อาจตั้งเพิ่มขึ้น 20-30% เลยก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม ถ้าเป็นผมก็จะตั้งไว้สูงเลย อาจต้องเพิ่มขึ้นถึง 40-50% เพราะปีก่อนหน้านี้ ถ้าทำเอาไว้ไม่ดี ไม่เติบโตมาก ในปีนี้ก็ต้องเพิ่มขึ้นมากหน่อย หรือ ถ้าอยากจะได้เพิ่มขึ้นถึง 100% อาจต้องศึกษาวิธีการ และเทคนิคต่างๆ อย่างจริงจังโดยละเอียด ซึ่งผมได้รวบรวมตัวอย่าง ไว้ให้แล้ว โดยท่านสามารถนำมาปรับใช้ ให้เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน โดยดูจากที่ผมได้ทำไว้แล้ว ในบทความ https://diac-hu.blogspot.com/2018/06/102-100.html  ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ ลองนำวิธีการต่างๆมาปรับใช้ได้นะครับ
          3.1 ตั้งเป้ายอดการขายรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ แต่ละชนิด ให้อ้างอิงเพิ่มขึ้น ตามเปอร์เซ็นต์เติบโตของยอดปีนี้ที่เราตั้งเป้าไว้  โดยนำข้อมูลการขายของผลิตภัณฑ์ ในแต่ละปีก่อนหน้านี้มาดู ถ้าร้านเราเก็บข้อมูลการขายสินค้า ได้ละเอียด ก็จะได้เปรียบเพราะ เราสามารถนำตัวเลขเหล่านั้น มาวิเคราะห์ได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์ประเภท A แบรนด์ที่ 1 ในกลุ่ม เครื่องสำอาง มียอดขายน้อยมาก เมื่อเทียบกับ ผลิตภัณฑ์ประเภท A แบรนด์ที่ 2 มาดูว่า ที่เราทำกิจกรรมการปรับปรุงไปแล้วทางด้านของร้านดีแล้ว คราวนี้ก็อาจอยู่ที่สินค้าแล้วว่ามีคุณภาพดี ลูกค้าตอบรับหรือไม่  มีชื่อเสียง หรือมีการโฆษณาในตลาดมั้ย คนรู้จักมากน้อยแค่ไหน ปริมาณ และสรรพคุณใกล้เคียงกันกับที่ขายดี แล้วทำไมถึงขายสู้ไม่ได้ มีการจัดรายการส่งเสริมการขายถึงผู้บริโภคบ้างหรือปล่าว อาจเรียก พนักงานขาย มาพบเพื่อระดมความคิดหาทางแก้ไขร่วมกัน ว่าทำอย่างไรถึงทำให้ขายได้ดีขึ้นกว่านี้ ถ้าทางบริษัทผู้จำหน่าย ไม่สนใจที่จะทำอะไร ในอนาคตเราก็อาจเลิกขายผลิตภัณฑ์นั้นไป เพราะจุดเด่นของร้านเราในข้อ 4. คือต้อง คัดเลือกสินค้าที่มีมาตรฐาน นำมาขายที่ร้าน เพราะถ้าเป็นสินค้าที่ขายในร้านเรา เราจะทำการสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น และพัฒนาการขายทุกตัว แต่ถ้าสินค้าแบรนด์นั้นขายไม่ได้ดีจริงๆ ต่อไปก็อาจพิจารณาแบรนด์ใหม่มา เป็นตัวเลือกให้ลูกค้า
4. ให้ความสำคัญกับสินค้า ค้างสต๊อก ต้องมีการระดมความคิด ในการหาวิธีการ ระบายการขายสินค้า ค้างสต๊อก ให้หมดไปจากร้าน อาจกำหนดอายุของสินค้าที่สั่งมาขายที่ร้านว่า สินค้าชนิดนี้ ค้างสต๊อกเกิน 3 เดือน ต้องระบายการขาย ให้หมดจากสต๊อกของร้าน ด้วยวิธีการดังนี้
4.1 นำสินค้าค้างสต๊อก ไปจัดรายการ สินค้าเคลียแลนซ์ โดยนำไปใส่กระบะที่ตกแต่งให้โดดเด่นว่า นี่คือสินค้า เคลียแลนซ์ ที่บริษัท ลดราคามากเป็นพิเศษ กระบะนี้ อาจตั้งอยู่ด้านในของร้าน เพื่อดึงให้ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกซื้อภายในร้าน
4.2 ทำโครงการ คล้ายๆ ตัวอย่าง ที่ผมยกมาให้ดูว่า ทำคูปอง เงินสดแจก ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือ จากร้านค้าไป จะได้รับ คูปอง ฟรี! ทุกราย ตัวอย่างนี้ ทำในร้านเราเอง ถ้าร้านขายส่งด้วยก็ทำให้ตัวแทนจำหน่ายไปช่วยกระจายโปรโมชั่นนี้ด้วย ดังนี้
แนวทางในการระบายสินค้า Bluetooth1แนวทางในการระบายสินค้า Bluetooth2แนวทางในการระบายสินค้า Bluetooth3โปรบลูทูธ1

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

113. กลยุทธ์ เร่ง เพิ่มยอดขาย ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

กลยุทธ์ เร่ง  เพิ่มยอดขาย  ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร เพื่อ เร่ง เพิ่มยอดขาย ยางรถยนต์ ในทุกๆสาขา ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้มี แนวทาง และ วิธีการปฏิบัติ สำหรับ การเร่ง เพิ่มยอดขาย ยางรถยนต์ ผ่านทาง Online เพื่อพัฒนา รูปแบบธุรกิจ ศูนย์บริการ ยางรถยนต์ ตามขนาด การลงทุน ปัญหา และ อุปสรรค เพื่อนำมาใช้เป็น แนวทางพัฒนาศักยภาพ และ ตอบสนอง ความพึงพอใจ ของผู้เข้ามาใช้บริการ ได้อย่างสม่ำเสมอ และ ดีที่สุด เพื่อให้เป็นผู้นำ ในการรับบริการ เปลี่ยนยางรถยนต์ และ ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 ของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ของการลงทุน ตามพื้นที่ และ รูปแบบขนาดธุรกิจ ของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ สำหรับใช้เป็นข้อมูล ให้กับ ผู้ประกอบการ ที่จะลงทุนซื้อ แฟรนไชน์ ให้สามารถดำเนินงาน  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง รับทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มีแนวทางใหม่ๆ ในการปรับปรุงแก้ไขได้ เพื่อกำหนด กลยุทธ์ และ แนวทางการดำเนินงาน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน และ ส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ ให้ก้าวขึ้นไปส...

102. กลยุทธ์ การเพิ่มยอดขาย สำหรับร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะ ร้านขายมือถือ ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 100%

เทคนิค การเพิ่มยอดขาย สำหรับ ร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะ ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 100% นี้ จัดทำขึ้น เพื่อช่วยร้านค้าต่างๆ ให้สามารถ พัฒนา ปรับปรุง ร้านค้าของตนเอง ให้แข่งขันได้ในสถาวะเศษฐกิจตกต่ำ และโดยเฉพาะการขายผ่าน ออนไลน์ ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง ยอดขายของเราไป หากเรา ไม่มีการคิดหาแนวทางต่างๆ และ พัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง ให้เพิ่มขึ้นได้ ในทุกๆวัน เราก็จะกลายเป็นคนที่ล้าหลัง และไม่สามารถ ทำธุรกิจแข่งขัน กับ คู่แข่งต่างๆ ที่มีอยู่มากมายได้ และ โดยเฉพาะ การขายแข่งกับในตลาด ออนไลน์ ด้วย  เราต้องคิดไว้เลยว่า ต่อๆไป ยอดขายของเรา จะต้องตกลง เกินครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่เคยขายได้ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย และ อีกหน่อยธุรกิจของเรา ก็จะอยู่ไม่รอดในที่สุด สิ่งสำคัญที่ต้อง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง มี  2 ส่วน คือ การปรับปรุง และ พัฒนายอดขาย ที่ร้าน ให้เพิ่มขึ้น 100% และ อีกส่วน คือ การที่เราต้องเริ่ม ศึกษา และหาทาง เปิดตลาดการขาย ทางออนไลน์ ให้มียอดขาย เข้ามาช่วยเสริม การขายเดิม ที่เป็นอยู่ ซึ่งก็ไม่แน่ ในอนาคต ธุรกิจในช่องทาง ออนไลน์ อาจทำยอดขายได้สูงกว่า ยอดการขายแบบหน้า...

118. กลยุทธ์ และ แนวทางการขาย โครงการ คอนโดมิเนียม ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

ปัจจุบัน โครงการคอนโดมิเนียม เกิดขึ้นมากมายในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีการทำโครงการรถไฟฟ้าหลายสาย และ คนทำงานในเมือง ยังต้องการที่อยู่อาศัยที่เดินทางได้สะดวก และใกล้ที่ทำงาน เมื่อมีความต้องการมาก โครงการคอนโดมิเนียม เหล่านี้ จึงเกิดขึ้นมากมายเกินความต้องการในปัจจุบัน กลยุทธ์ และ แนวทาง การบริหารงานขาย โครงการ คอนโดมิเนียม ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้  ที่ได้จัดทำขึ้นนี้ เป็นแนวทาง ที่จะช่วยให้ เจ้าของโครงการ และ ผู้บริหารฝ่ายขาย และการตลาด ของ คอนโดมิเนียม สามารถขาย ห้องชุด ในโครงการต่างๆของตนเอง ให้บรรลุยอดขาย ตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้ ให้ความสำคัญ และสนับสนุน ตัวแทนจำหน่าย และ พนักงานขาย สนับสนุน และพัฒนาการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ให้เข้าถึงตรงจุด ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขยาย และ พัฒนาช่องทางการขายต่างๆ รวมถึง สร้างวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้ในแต่ละช่องทาง เอื้อประโยชน์ และสนับสนุนต่อกันได้ เป็นอย่างดี สนับสนุนกลยุทธ์ และแนวทาง วิธีการใหม่ๆในการนำเสนอขาย เพื่อความสำเร็จ สนับสนุนการประสานงาน สินเชื่อ เพื่อให้ ผู้ซื้อ ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ในการดำ...